เมื่อมีข่าวว่างานของผู้ใหญ่ที่เรารู้จักเป็นงานพระราชทานเพลิงศพ คำถามที่ตามมามักไม่ใช่เรื่องพิธีอย่างเดียว แต่รวมถึงว่าเจ้าภาพต้องยื่นเรื่องกับใคร ใช้เอกสารอะไร ต้องเสียค่าใช้จ่ายไหม และคนที่ไปร่วมงานหรือจะส่งดอกไม้ควรทำตัวอย่างไรให้ถูกต้อง หน้านี้เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่ส่วนราชการเผยแพร่ไว้เป็นเอกสารสาธารณะ เพื่อให้เจ้าภาพเห็นภาพรวมทั้งกระบวนการก่อนไปติดต่อจริง และให้ผู้ไปร่วมงานเตรียมตัวได้ถูกตั้งแต่ชุดที่ใส่จนถึงเวลาที่ควรส่งพวงหรีดไปถึง
- พระราชทานเพลิงศพ คืออะไร ต่างจากงานทั่วไปอย่างไร
- ใครขอได้บ้าง (ตารางเกณฑ์ปกติและกรณีพิเศษ)
- ขั้นตอนการขอ ยื่นที่ไหน ใช้เอกสารอะไร
- หีบเพลิงพระราชทาน รับและปฏิบัติอย่างไร
- จัดวันไหนได้บ้าง ข้อกำหนดเรื่องเวลา
- ลำดับพิธีในวันงาน (ตารางสรุป)
- แต่งกายไปงานอย่างไร
- ส่งพวงหรีดควรเลือกแบบไหน ส่งเมื่อไร
- วัดที่จัดงานในกรุงเทพฯ และการวางแผนส่งของ
- คำถามที่พบบ่อย
พระราชทานเพลิงศพ คืออะไร ต่างจากฌาปนกิจทั่วไปอย่างไร
พระราชทานเพลิงศพคือการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพลิงไปเผาศพผู้วายชนม์ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ถือเป็นเกียรติยศที่พระราชทานแก่ผู้วายชนม์และวงศ์ตระกูล ต่างจากงานฌาปนกิจทั่วไปตรงที่ไฟที่ใช้จุดไม่ใช่ไฟที่เจ้าภาพจัดเอง แต่เป็นเพลิงหลวงซึ่งมีระเบียบการเชิญและการปฏิบัติกำกับไว้ชัดเจน
ในทางปฏิบัติ ช่วงตั้งศพและการสวดพระอภิธรรมยังดำเนินไปเหมือนงานทั่วไป สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือขั้นตอนด้านเอกสารก่อนถึงวันงาน และระเบียบพิธีในวันฌาปนกิจซึ่งมีลำดับของตัวเอง เช่น การอ่านหมายรับสั่ง การเชิญหีบเพลิงขึ้นตั้งบนเมรุ และการกำหนดผู้เป็นประธานจุดเพลิง รายละเอียดของพิธีเผาแบบทั่วไปที่ใช้เป็นพื้นฐานร่วมกัน อ่านได้ที่บทความฌาปนกิจคืออะไร
อีกคำที่คนมักสับสนคือพระราชทานเพลิงกับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สองอย่างนี้เป็นคนละขั้นตอนและขอแยกกัน อย่างแรกอยู่ในวันฌาปนกิจ ส่วนอย่างหลังอยู่ในวันแรกที่ตั้งศพ เจ้าภาพบางรายได้รับพระราชทานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งตามคุณสมบัติของผู้วายชนม์ ธรรมเนียมของพิธีรดน้ำศพในงานทั่วไป อ่านได้ที่บทความรดน้ำศพ

ใครขอพระราชทานเพลิงศพได้บ้าง
หลักเกณฑ์แบ่งเป็นสองทาง ทางแรกคือกรณีปกติ ซึ่งดูจากตำแหน่ง ชั้นยศ สมณศักดิ์ หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ผู้วายชนม์ได้รับ ทางที่สองคือกรณีพิเศษ สำหรับผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์แรกแต่มีคุณงามความดีหรือคุณสมบัติที่ระบุไว้ ทั้งสองทางต้องยื่นเรื่องและรอการพิจารณาเหมือนกัน ไม่ใช่สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
กรณีปกติครอบคลุมพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป พระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป ผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ข้าราชการทหารและตำรวจตั้งแต่ชั้นยศร้อยตรีขึ้นไป พนักงานเทศบาลตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตั้งแต่ชั้นเบญจมดิเรกคุณาภรณ์และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทยขึ้นไป ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าหรือตราสืบตระกูลขึ้นไป ผู้ได้รับเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบัน สมาชิกรัฐสภาและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ถึงแก่กรรมขณะดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีที่ถึงแก่อนิจกรรม และผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นกรณีพิเศษ
ส่วนกรณีพิเศษเปิดทางให้ผู้ที่อยู่ในราชสกุลชั้นหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวง พระสงฆ์ที่พระราชาคณะพิจารณาขอพระราชทานให้ พนักงานรัฐวิสาหกิจระดับสูง ผู้ได้รับเหรียญราชรุจิ เหรียญกล้าหาญ หรือเหรียญชัยสมรภูมิ ผู้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติเช่นศิลปินแห่งชาติและนักกีฬาระดับชาติ ผู้บริจาคเพื่อการกุศลคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่าสามแสนบาทหรือบริจาคร่างกายและอวัยวะ รวมถึงบิดามารดาของข้าราชการและพระสงฆ์ที่มีชั้นตามที่กำหนด ตารางด้านล่างสรุปให้อ่านง่ายขึ้นสำหรับเจ้าภาพที่ต้องรีบตัดสินใจภายในหนึ่งถึงสองวันแรก
| กลุ่มผู้วายชนม์ | เกณฑ์ที่ระบุไว้ | อยู่ในเกณฑ์ใด | สิ่งที่เจ้าภาพควรเตรียม |
|---|---|---|---|
| พระสงฆ์ | มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป | กรณีปกติ | หนังสือสุทธิและใบตราตั้งสมณศักดิ์ |
| ข้าราชการพลเรือนและพนักงานเทศบาล | ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป | กรณีปกติ | หนังสือจากหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมข้อมูลตำแหน่งและชั้น |
| ทหารและตำรวจ | ชั้นยศตั้งแต่ร้อยตรีขึ้นไป | กรณีปกติ | หลักฐานชั้นยศและหน่วยต้นสังกัด |
| ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ตั้งแต่ชั้น บ.ภ. และ บ.ม. ขึ้นไป หรือชั้น จ.จ. และ ต.จ. ขึ้นไป หรือเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบัน | กรณีปกติ | ใบกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ |
| ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง | สมาชิกรัฐสภาและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ถึงแก่กรรมขณะดำรงตำแหน่ง รวมถึงรัฐมนตรี | กรณีปกติ | หลักฐานการดำรงตำแหน่ง ณ วันที่ถึงแก่กรรม |
| ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ | เช่น ศิลปินแห่งชาติ นักกีฬาระดับชาติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตสมาชิกสภาท้องถิ่น | กรณีพิเศษ | ประวัติโดยย่อ ใบประกาศ และหนังสือรับรอง |
| ผู้บริจาคเพื่อการกุศล | บริจาคคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 300,000 บาท หรือบริจาคร่างกายและอวัยวะ | กรณีพิเศษ | ใบอนุโมทนาบัตรหรือหลักฐานการบริจาค |
| บิดามารดาของข้าราชการและพระสงฆ์ | บิดามารดาของข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป ผู้ได้รับ ต.ช. ขึ้นไป พระสมณศักดิ์ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป หรือทหารตำรวจตั้งแต่ชั้นพันโทและเทียบเท่าขึ้นไป | กรณีพิเศษ | หลักฐานความสัมพันธ์และหลักฐานตำแหน่งของบุตร |
จุดที่เจ้าภาพมักตกหล่นคือกลุ่มสุดท้ายในตาราง เพราะหลายครอบครัวไม่ทราบว่าการเป็นบิดามารดาของข้าราชการระดับที่กำหนด หรือการเคยบริจาคร่างกายไว้ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ยื่นขอได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าเข้าเกณฑ์ใด ให้รวบรวมเอกสารเท่าที่มีแล้วสอบถามหน่วยงานต้นสังกัดของผู้วายชนม์ หรือกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ก่อนกำหนดวันฌาปนกิจ เพราะวันที่ระบุในหนังสือมีผลต่อการจัดคิวเจ้าหน้าที่
ขั้นตอนการขอ ยื่นที่ไหน ใช้เอกสารอะไร
กรณีปกติ เจ้าภาพหรือทายาททำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงเจ้าสังกัดของผู้ถึงแก่กรรม โดยระบุชื่อ ตำแหน่ง ชั้นยศ สาเหตุ สถานที่และวันที่ถึงแก่กรรม เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เคยได้รับ เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่ประสงค์จะขอ และวัน เวลา สถานที่ที่จะฌาปนกิจ ส่วนกรณีพิเศษ ทำหนังสือถึงเลขาธิการพระราชวัง พร้อมประวัติโดยย่อและคุณงามความดีที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
หลักฐานที่ต้องเตรียมสำหรับกรณีพิเศษ ได้แก่ ใบมรณบัตรของผู้ถึงแก่กรรม ทะเบียนบ้านของทายาท บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรข้าราชการของทายาท และเอกสารที่ยืนยันคุณสมบัติ เช่น หนังสือรับรองจากหน่วยงาน ใบอนุโมทนาบัตร ใบประกาศ หรือหลักฐานการได้รับเหรียญ โดยต้องนำทั้งต้นฉบับและสำเนาไปแสดง สำหรับพระสงฆ์จะใช้หนังสือสุทธิและใบตราตั้งสมณศักดิ์เพิ่มเติม จุดยื่นเรื่องคือกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง หรือยื่นผ่านศาลากลางจังหวัดในกรณีที่อยู่ต่างจังหวัด
เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นประเด็นที่ครอบครัวถามบ่อยที่สุด สำหรับงานในกรุงเทพมหานครที่สำนักพระราชวังจัดเจ้าพนักงานเชิญเพลิงหลวงไปพระราชทานโดยรถยนต์หลวง เจ้าภาพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ยกเว้นงานในเขตปริมณฑลภายในรัศมีห้าสิบกิโลเมตรจากพระบรมมหาราชวัง ที่เจ้าภาพต้องจัดรถรับส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เชิญเพลิง ส่วนงานที่อยู่ไกลออกไปกว่านั้นจะเปลี่ยนเป็นรูปแบบหีบเพลิงพระราชทานที่เจ้าภาพไปรับเอง ภาพรวมสิ่งที่เจ้าภาพต้องเตรียมทั้งงาน ตั้งแต่จองศาลาจนถึงวันเผา อ่านได้ที่บทความจัดงานศพต้องเตรียมอะไรบ้าง

หีบเพลิงพระราชทาน รับอย่างไรและต้องปฏิบัติอย่างไร
หีบเพลิงพระราชทานใช้ในกรณีที่วัดซึ่งจะฌาปนกิจอยู่ต่างจังหวัดหรือปริมณฑลที่ห่างจากพระบรมมหาราชวังเกินรัศมีห้าสิบกิโลเมตร เมื่อสำนักพระราชวังมีหมายรับสั่งแจ้งมาแล้ว เจ้าภาพหรือผู้แทนจะไปขอรับหีบเพลิงที่กองพระราชพิธี โดยควรไปรับก่อนกำหนดวันพระราชทานเพลิงอย่างน้อยสามวัน ผู้ไปรับควรแต่งกายสุภาพ และรับที่โต๊ะหมู่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์
หากเจ้าภาพไปรับด้วยตนเองไม่ได้ มอบให้ผู้อื่นไปรับแทนได้ โดยนำต้นเรื่อง หนังสือมอบฉันทะ และสำเนาบัตรประจำตัวของผู้แทนไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อรับมาแล้วให้เชิญไปวางไว้ที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ หน่วยงานราชการในท้องที่ หรือที่บ้าน แล้วแต่กรณี และควรมีพานรองรับหีบเพลิงนั้นด้วย
ในวันงาน เจ้าภาพจัดเจ้าหน้าที่หรือญาติที่เป็นข้าราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เป็นผู้เชิญหีบเพลิงพร้อมพานรอง โดยหนึ่งหีบต่อผู้เชิญหนึ่งคน ลำดับที่ถูกต้องคือให้เชิญศพขึ้นตั้งบนเมรุให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงเชิญพานหีบเพลิงขึ้นไปตั้งไว้ด้านศีรษะศพ บนโต๊ะที่ปูผ้าเรียบร้อยและห้ามวางสิ่งอื่นใดร่วมด้วยเด็ดขาด เมื่อวางเรียบร้อยแล้วผู้เชิญคำนับเคารพศพหนึ่งครั้งจึงลงจากเมรุ ระหว่างเชิญต้องสำรวมกิริยา ไม่ต้องทำความเคารพผู้ใด และไม่เดินตามหลังผู้หนึ่งผู้ใด

จัดวันไหนได้บ้าง และมีข้อกำหนดเรื่องเวลาอย่างไร
วันพระราชทานเพลิงศพต้องไม่ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันพระราชพิธีฉัตรมงคล นอกจากนี้ตามประเพณีนิยมยังไม่มีการเผาศพในวันศุกร์ เจ้าภาพจึงควรตรวจปฏิทินก่อนระบุวันลงในหนังสือ เพราะการเปลี่ยนวันภายหลังหมายถึงการแจ้งกลับไปยังหน่วยงานที่ยื่นเรื่องไว้ทั้งหมด
อีกข้อที่มีผลกับการวางแผนคือเครื่องประกอบเกียรติยศ ได้แก่ หีบ โกศ และฉัตรตั้ง ซึ่งสำนักพระราชวังจะเชิญไปประกอบและตั้งไว้มีกำหนดเพียงเจ็ดวัน หากพ้นกำหนดแล้วเจ้าภาพยังไม่กำหนดวันพระราชทานเพลิง ทางราชการอาจถอนส่วนประกอบลองนอกของหีบหรือโกศไปใช้ในราชการต่อไป ครอบครัวที่ตั้งใจจะตั้งศพยาวกว่านั้นจึงควรวางแผนล่วงหน้าและสอบถามเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน
สำหรับงานที่เจ้าพนักงานเป็นผู้เชิญเพลิง เจ้าภาพควรโทรศัพท์ยืนยันกับเจ้าหน้าที่กองพระราชพิธีก่อนถึงวันงานราวเจ็ดวัน เรื่องเวลาเริ่มพิธี งานลักษณะนี้มักเริ่มช่วงบ่ายถึงเย็นเหมือนงานฌาปนกิจทั่วไป แต่มีขั้นตอนก่อนจุดเพลิงมากกว่า จึงควรเผื่อเวลามากกว่าที่เคย เวลาเผาโดยทั่วไปของงานทั่วไป อ่านเทียบได้ที่บทความเผาศพกี่โมง ส่วนธรรมเนียมจำนวนคืนสวดก่อนถึงวันเผา อ่านได้ที่บทความสวดพระอภิธรรมกี่วัน

ลำดับพิธีในวันงาน และสิ่งที่ผู้ไปร่วมงานควรรู้
เมื่อถึงเวลา เจ้าภาพจะเชิญแขกผู้มีอาวุโสสูงสุดในงานขึ้นเป็นประธานจุดเพลิง คำว่าอาวุโสสูงสุดในที่นี้หมายถึงอาวุโสทั้งด้านคุณวุฒิและวัยวุฒิ หากมีพระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป หรือผู้ที่ผู้วายชนม์และทายาทเคารพนับถือมาร่วมงาน ก็สมควรเชิญบุคคลนั้นเป็นประธาน
ในงานที่มีการอ่านคำประกาศ ลำดับที่ใช้คืออ่านหมายรับสั่งซึ่งแสดงถึงการได้รับพระราชทานเพลิงศพก่อน ตามด้วยประวัติผู้วายชนม์เพื่อประกาศเกียรติคุณ แล้วจึงเป็นคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ลำดับนี้ปรับได้ตามความเหมาะสมของแต่ละงาน ส่วนตอนท้ายจะออกชื่อทายาททั้งหมดหรือเฉพาะเจ้าภาพก็ได้
สิ่งที่ผู้ไปร่วมงานมักไม่ทราบคือช่วงที่เจ้าหน้าที่เชิญหีบเพลิงเดินไปสู่เมรุ ผู้ที่มาร่วมงานควรนั่งอยู่ในความสงบ ไม่ต้องยืนขึ้นและไม่ต้องทำความเคารพ เพราะยังไม่ถึงขั้นตอนของพิธีและผู้เชิญมิใช่ผู้แทนพระองค์ อีกข้อที่กำหนดไว้ชัดคือห้ามเปิดหรือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีในงานพระราชทานเพลิงศพ ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละช่วงของวันงาน ใครทำอะไร และคนทั่วไปควรปฏิบัติตัวอย่างไร
| ช่วงของวันงาน | ผู้ที่มีหน้าที่ในพิธีทำอะไร | ผู้มาร่วมงานทั่วไปควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| ก่อนเริ่มพิธี | เชิญศพขึ้นตั้งบนเมรุให้เรียบร้อยก่อน แล้วจัดโต๊ะปูผ้าสำหรับตั้งพานหีบเพลิง | เข้าไปนั่งให้เรียบร้อยก่อนเวลา ดอกไม้ที่จะส่งควรถึงก่อนช่วงนี้ |
| เชิญหีบเพลิงไปสู่เมรุ | ผู้เชิญแต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เชิญพร้อมพานรอง หนึ่งหีบต่อหนึ่งคน | นั่งอยู่ในความสงบ ไม่ต้องยืนขึ้นและไม่ต้องทำความเคารพ |
| ตั้งหีบเพลิงบนเมรุ | วางไว้ด้านศีรษะศพบนโต๊ะที่ปูผ้า ห้ามวางสิ่งอื่นร่วม แล้วคำนับเคารพศพหนึ่งครั้ง | ไม่มีการบรรเลงเพลงใด และห้ามเพลงสรรเสริญพระบารมีในงานนี้ |
| อ่านคำประกาศ | อ่านหมายรับสั่ง ตามด้วยประวัติผู้วายชนม์ และคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ | ยืนหรือนั่งตามที่พิธีกรแจ้ง และงดใช้โทรศัพท์ |
| จุดเพลิง | ประธานซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดเปิดหีบเพลิง จุดเทียนชนวน ถวายบังคม แล้วจุดไฟหลวงจากเทียนชนวน | รอให้ประธานเสร็จก่อน แล้วจึงขึ้นวางดอกไม้จันทน์ตามลำดับที่เจ้าหน้าที่จัด |
| หลังเสร็จพิธี | เก็บพานและอุปกรณ์ตามระเบียบ ประสานเรื่องเก็บอัฐิในวันรุ่งขึ้น | แสดงความเสียใจกับครอบครัวสั้น ๆ แล้วทยอยกลับโดยไม่รบกวนแถว |
ขั้นตอนการจุดเพลิงของประธานมีลำดับของตัวเองเช่นกัน คือเปิดหีบเพลิง หยิบเทียนชนวนส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เชิญถือไว้ จุดเทียนชนวนจนไฟติดดี ถวายบังคมไปที่หน้าหีบเพลิง แล้วจึงหยิบธูป ดอกไม้จันทน์ และเทียน จุดไฟหลวงจากเทียนชนวน นำไปวางใต้กลางฐานที่ตั้งหีบศพเป็นอันเสร็จพิธี ที่มาและความหมายของดอกไม้จันทน์ที่ใช้ในขั้นตอนนี้ อ่านเพิ่มได้ที่บทความดอกไม้จันทน์
แต่งกายไปงานพระราชทานเพลิงศพอย่างไร
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ในพิธี โดยเฉพาะผู้เชิญหีบเพลิงและผู้ตั้งแถวรอรับ แต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ตามที่ระเบียบกำหนด ส่วนลูกหลาน ญาติ และผู้ที่เคารพนับถือผู้วายชนม์ ควรแต่งกายเครื่องแบบไว้ทุกข์ตามประเพณีนิยม ซึ่งถือเป็นการถวายพระเกียรติด้วย
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นข้าราชการและไม่ได้มีหน้าที่ในพิธี ชุดสุภาพโทนดำหรือสีเข้มแบบที่ใช้ในงานศพทั่วไปถือว่าเหมาะสมแล้ว สิ่งที่ควรระวังมากกว่าเรื่องชุดคือความตรงต่อเวลา เพราะงานลักษณะนี้มีลำดับพิธีที่เริ่มตามกำหนดและมีการจัดแถวรับ การเข้าไปนั่งระหว่างที่พิธีกำลังดำเนินอยู่จึงรบกวนมากกว่างานทั่วไป
ผู้ที่มาในนามหน่วยงานควรตรวจสอบล่วงหน้าว่าเจ้าภาพต้องการให้แต่งเครื่องแบบหรือไม่ เพราะบางงานจัดแถวข้าราชการไว้เป็นส่วนหนึ่งของพิธี หากไม่แน่ใจ การถามเจ้าหน้าที่ประสานงานของเจ้าภาพหนึ่งครั้งดีกว่าการเดาเอง หลักการแต่งกายและข้อควรระวังทั่วไปสำหรับงานศพทุกแบบ อ่านได้ที่บทความแต่งตัวไปงานศพ และบทความข้อห้ามงานศพ

ส่งพวงหรีดไปงานพระราชทานเพลิงศพ ควรเลือกแบบไหนและส่งเมื่อไร
ส่งได้ตามปกติ พวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้วายชนม์และให้กำลังใจครอบครัว ไม่เกี่ยวกับระเบียบพิธีของเพลิงพระราชทาน สิ่งที่ควรปรับคือช่วงเวลาที่ส่งและรูปแบบ เพราะงานลักษณะนี้มักเป็นงานผู้ใหญ่ที่มีดอกไม้จากหลายหน่วยงานมาพร้อมกัน และพื้นที่ด้านหน้าเมรุในวันพิธีจะถูกจัดไว้สำหรับลำดับพิธีเป็นหลัก
คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือส่งในช่วงตั้งศพหรือส่งให้ถึงก่อนวันพระราชทานเพลิงหนึ่งวัน แทนที่จะไปถึงระหว่างวันงาน เพราะช่วงบ่ายของวันพิธีเจ้าหน้าที่กำลังจัดพื้นที่และตั้งแถว การนำของเข้าไปตอนนั้นทั้งเสี่ยงวางไม่ได้และรบกวนงาน หากจำเป็นต้องส่งวันงานจริง ๆ ควรแจ้งร้านให้ถึงก่อนเวลาเริ่มพิธีอย่างน้อยสองถึงสามชั่วโมง รอบเวลาส่งของเราดูได้ที่หน้าพวงหรีดส่งด่วน
เรื่องรูปแบบ งานพระราชทานเพลิงศพเหมาะกับงานจัดโทนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ฉูดฉาด ดอกไม้สดโทนขาว ขาวเขียว หรือขาวม่วงอ่อนใช้ได้ดีที่สุด หน่วยงานที่ส่งในนามองค์กรควรระบุชื่อหน่วยงานให้ครบถ้วนและใช้ตำแหน่งของผู้วายชนม์ให้ถูกต้องบนป้าย เพราะงานลักษณะนี้มีผู้ร่วมงานจากหลายหน่วยงานที่อ่านป้ายจริง แบบที่นิยมใช้ในงานผู้ใหญ่ดูได้ที่หน้าพวงหรีดพรีเมียมองค์กรพวงหรีดหรูพวงหรีดเพื่อสังคม ส่วนแบบดอกไม้สดทั่วไปดูได้ที่หน้าพวงหรีดดอกไม้สด และตัวอย่างข้อความบนป้ายดูได้ที่หน้าข้อความพวงหรีด

วัดที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพในกรุงเทพฯ และการวางแผนส่งของ
ในกรุงเทพมหานคร งานลักษณะนี้มักจัดที่พระอารามหลวงที่มีเมรุหลวงและมีศาลาบำเพ็ญกุศลรองรับงานผู้ใหญ่ เช่น วัดเทพศิรินทราวาส วัดโสมนัสราชวรวิหาร และวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน แต่ละแห่งมีทางเข้าและจุดวางของต่างกัน บางวัดต้องนำของเข้าทางประตูด้านข้างและมีเจ้าหน้าที่จัดแถวพวงหรีดให้เป็นระเบียบ
สิ่งที่ควรถามให้ครบก่อนสั่งดอกไม้มีสามข้อ คือชื่อวัด ชื่อศาลาหรือหมายเลขศาลา และวันที่ต้องการให้ถึง เพราะงานที่ตั้งศพหลายคืนอาจย้ายศาลาระหว่างทาง และวันพระราชทานเพลิงจะย้ายจากศาลาไปที่เมรุ ข้อมูลเส้นทางและจุดส่งของแต่ละวัดดูได้ที่หน้าพวงหรีดวัดเทพศิรินทร์ หน้าพวงหรีดวัดโสมนัสวิหาร และหน้าพวงหรีดวัดพระศรีมหาธาตุ
สำหรับงานที่จัดในต่างจังหวัดซึ่งใช้หีบเพลิงพระราชทาน เจ้าภาพจะมีภาระเพิ่มด้านการเดินทางไปรับหีบเพลิงและการจัดผู้เชิญ จึงควรแบ่งงานให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าใครดูแลเอกสาร ใครดูแลวัด และใครดูแลของที่ต้องสั่ง เทียบช่วงราคาก่อนตัดสินใจได้ที่หน้าพวงหรีดราคา ส่วนภาพรวมธรรมเนียมงานศพไทยในมุมของผู้อ่านต่างประเทศ ดูเพิ่มได้จากสารานุกรมเสรีหัวข้อ Thai funeral
สั่งพวงหรีดส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ
ดอกไม้สดคัดพิเศษ · ส่งถึงวัดตรงเวลา · มีรูปถ่ายก่อนส่ง
สั่งผ่าน LINEโทร 082-919-9481กรณีที่ผู้วายชนม์เป็นพระภิกษุ ทั้งคำที่ใช้เรียกและลำดับพิธีจะต่างออกไปตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การสรงน้ำศพจนถึงการถวายเพลิง อ่านได้ที่บทความงานศพพระ พิธีศพพระสงฆ์และการส่งพวงหรีด
สำหรับผู้ที่อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา สถาบันมักเป็นผู้ยื่นขอพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษให้พร้อมกันทุกท่าน ครอบครัวจึงไม่ต้องยื่นเอกสารเอง อ่านรายละเอียดได้ที่บทความบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่
ต้องการสั่งพวงหรีดหรือดอกไม้ไว้อาลัยส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ ดูแบบและราคาจริงได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด หรือเลือกจากสินค้าทั้งหมดของ ร้านพวงหรีด expresswreath.store — คัดดอกไม้สด จัดอย่างประณีต ส่งถึงวัดตรงเวลา พร้อมรูปถ่ายก่อนส่งทุกงาน
คำถามที่พบบ่อย
เรียบเรียงโดยทีมงานจัดดอกไม้ expresswreath.store จากงานส่งพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยเข้าศาลาบำเพ็ญกุศลและเมรุของพระอารามหลวงในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพเป็นประจำ จึงเห็นข้อจำกัดเรื่องเวลาส่งของและการจัดพื้นที่ในวันพิธีโดยตรง · หลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ ขั้นตอนการยื่นเรื่อง เอกสารประกอบ ระเบียบการรับและปฏิบัติต่อหีบเพลิงพระราชทาน ลำดับการอ่านหมายรับสั่ง และขั้นตอนจุดเพลิง อ้างอิงจากเอกสารเผยแพร่สาธารณะของส่วนราชการที่สรุปหลักเกณฑ์ของสำนักพระราชวังไว้ตรงกัน ตรวจสอบซ้ำจากหลายหน่วยงาน · หน้านี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ประกาศของทางราชการ ระเบียบและรายละเอียดอาจมีการปรับปรุง เจ้าภาพควรยืนยันกับหน่วยงานต้นสังกัดของผู้วายชนม์หรือกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ก่อนดำเนินการทุกครั้ง · ร้านเราให้บริการเฉพาะพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัย ไม่ได้รับดำเนินการเรื่องเอกสารขอพระราชทานเพลิงศพ · ตรวจสอบและอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569
บทความนี้มีประโยชน์ไหม แชร์ให้คนที่ต้องการได้เลย







