พระราชทานเพลิงศพ ขอได้ใครบ้าง ขั้นตอน เอกสาร และมารยาทในงาน
พวงหรีด

พระราชทานเพลิงศพ ขอได้ใครบ้าง ขั้นตอน เอกสาร และมารยาทในงาน

คู่มือพระราชทานเพลิงศพฉบับเจ้าภาพและผู้ไปร่วมงาน ใครมีสิทธิ์ขอได้บ้างทั้งกรณีปกติและกรณีพิเศษ ยื่นเรื่องที่ไหน ใช้เอกสารอะไร มีค่าใช้จ่ายไหม หีบเพลิงพระราชทานรับอย่างไร ลำดับพิธีในวันงาน การแต่งกาย และควรส่งพวงหรีดตอนไหนจึงเหมาะสม

23 สิงหาคม 2569 อ่าน 34 นาที 81 ครั้ง

เมื่อมีข่าวว่างานของผู้ใหญ่ที่เรารู้จักเป็นงานพระราชทานเพลิงศพ คำถามที่ตามมามักไม่ใช่เรื่องพิธีอย่างเดียว แต่รวมถึงว่าเจ้าภาพต้องยื่นเรื่องกับใคร ใช้เอกสารอะไร ต้องเสียค่าใช้จ่ายไหม และคนที่ไปร่วมงานหรือจะส่งดอกไม้ควรทำตัวอย่างไรให้ถูกต้อง หน้านี้เรียบเรียงจากหลักเกณฑ์ที่ส่วนราชการเผยแพร่ไว้เป็นเอกสารสาธารณะ เพื่อให้เจ้าภาพเห็นภาพรวมทั้งกระบวนการก่อนไปติดต่อจริง และให้ผู้ไปร่วมงานเตรียมตัวได้ถูกตั้งแต่ชุดที่ใส่จนถึงเวลาที่ควรส่งพวงหรีดไปถึง

ในบทความนี้
  • พระราชทานเพลิงศพ คืออะไร ต่างจากงานทั่วไปอย่างไร
  • ใครขอได้บ้าง (ตารางเกณฑ์ปกติและกรณีพิเศษ)
  • ขั้นตอนการขอ ยื่นที่ไหน ใช้เอกสารอะไร
  • หีบเพลิงพระราชทาน รับและปฏิบัติอย่างไร
  • จัดวันไหนได้บ้าง ข้อกำหนดเรื่องเวลา
  • ลำดับพิธีในวันงาน (ตารางสรุป)
  • แต่งกายไปงานอย่างไร
  • ส่งพวงหรีดควรเลือกแบบไหน ส่งเมื่อไร
  • วัดที่จัดงานในกรุงเทพฯ และการวางแผนส่งของ
  • คำถามที่พบบ่อย

พระราชทานเพลิงศพ คืออะไร ต่างจากฌาปนกิจทั่วไปอย่างไร

พระราชทานเพลิงศพคือการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพลิงไปเผาศพผู้วายชนม์ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ถือเป็นเกียรติยศที่พระราชทานแก่ผู้วายชนม์และวงศ์ตระกูล ต่างจากงานฌาปนกิจทั่วไปตรงที่ไฟที่ใช้จุดไม่ใช่ไฟที่เจ้าภาพจัดเอง แต่เป็นเพลิงหลวงซึ่งมีระเบียบการเชิญและการปฏิบัติกำกับไว้ชัดเจน

ในทางปฏิบัติ ช่วงตั้งศพและการสวดพระอภิธรรมยังดำเนินไปเหมือนงานทั่วไป สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือขั้นตอนด้านเอกสารก่อนถึงวันงาน และระเบียบพิธีในวันฌาปนกิจซึ่งมีลำดับของตัวเอง เช่น การอ่านหมายรับสั่ง การเชิญหีบเพลิงขึ้นตั้งบนเมรุ และการกำหนดผู้เป็นประธานจุดเพลิง รายละเอียดของพิธีเผาแบบทั่วไปที่ใช้เป็นพื้นฐานร่วมกัน อ่านได้ที่บทความฌาปนกิจคืออะไร

อีกคำที่คนมักสับสนคือพระราชทานเพลิงกับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สองอย่างนี้เป็นคนละขั้นตอนและขอแยกกัน อย่างแรกอยู่ในวันฌาปนกิจ ส่วนอย่างหลังอยู่ในวันแรกที่ตั้งศพ เจ้าภาพบางรายได้รับพระราชทานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งตามคุณสมบัติของผู้วายชนม์ ธรรมเนียมของพิธีรดน้ำศพในงานทั่วไป อ่านได้ที่บทความรดน้ำศพ

ทางขึ้นศาลาบำเพ็ญกุศลที่ปูพรมและประดับดอกไม้ไว้อาลัยสองข้างทางเดิน
งานที่จัดเต็มรูปแบบจะจัดทางเดินและแถวดอกไม้ไว้ล่วงหน้า ของที่ส่งไปถึงช้าจึงมักไม่มีที่วาง

ใครขอพระราชทานเพลิงศพได้บ้าง

หลักเกณฑ์แบ่งเป็นสองทาง ทางแรกคือกรณีปกติ ซึ่งดูจากตำแหน่ง ชั้นยศ สมณศักดิ์ หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ผู้วายชนม์ได้รับ ทางที่สองคือกรณีพิเศษ สำหรับผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์แรกแต่มีคุณงามความดีหรือคุณสมบัติที่ระบุไว้ ทั้งสองทางต้องยื่นเรื่องและรอการพิจารณาเหมือนกัน ไม่ใช่สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

กรณีปกติครอบคลุมพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป พระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป ผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ข้าราชการทหารและตำรวจตั้งแต่ชั้นยศร้อยตรีขึ้นไป พนักงานเทศบาลตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตั้งแต่ชั้นเบญจมดิเรกคุณาภรณ์และเบญจมาภรณ์มงกุฎไทยขึ้นไป ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าหรือตราสืบตระกูลขึ้นไป ผู้ได้รับเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบัน สมาชิกรัฐสภาและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ถึงแก่กรรมขณะดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีที่ถึงแก่อนิจกรรม และผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นกรณีพิเศษ

ส่วนกรณีพิเศษเปิดทางให้ผู้ที่อยู่ในราชสกุลชั้นหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวง พระสงฆ์ที่พระราชาคณะพิจารณาขอพระราชทานให้ พนักงานรัฐวิสาหกิจระดับสูง ผู้ได้รับเหรียญราชรุจิ เหรียญกล้าหาญ หรือเหรียญชัยสมรภูมิ ผู้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติเช่นศิลปินแห่งชาติและนักกีฬาระดับชาติ ผู้บริจาคเพื่อการกุศลคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่าสามแสนบาทหรือบริจาคร่างกายและอวัยวะ รวมถึงบิดามารดาของข้าราชการและพระสงฆ์ที่มีชั้นตามที่กำหนด ตารางด้านล่างสรุปให้อ่านง่ายขึ้นสำหรับเจ้าภาพที่ต้องรีบตัดสินใจภายในหนึ่งถึงสองวันแรก

กลุ่มผู้วายชนม์เกณฑ์ที่ระบุไว้อยู่ในเกณฑ์ใดสิ่งที่เจ้าภาพควรเตรียม
พระสงฆ์มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไปกรณีปกติหนังสือสุทธิและใบตราตั้งสมณศักดิ์
ข้าราชการพลเรือนและพนักงานเทศบาลตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปกรณีปกติหนังสือจากหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมข้อมูลตำแหน่งและชั้น
ทหารและตำรวจชั้นยศตั้งแต่ร้อยตรีขึ้นไปกรณีปกติหลักฐานชั้นยศและหน่วยต้นสังกัด
ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตั้งแต่ชั้น บ.ภ. และ บ.ม. ขึ้นไป หรือชั้น จ.จ. และ ต.จ. ขึ้นไป หรือเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบันกรณีปกติใบกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสมาชิกรัฐสภาและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ถึงแก่กรรมขณะดำรงตำแหน่ง รวมถึงรัฐมนตรีกรณีปกติหลักฐานการดำรงตำแหน่ง ณ วันที่ถึงแก่กรรม
ผู้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติเช่น ศิลปินแห่งชาติ นักกีฬาระดับชาติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตสมาชิกสภาท้องถิ่นกรณีพิเศษประวัติโดยย่อ ใบประกาศ และหนังสือรับรอง
ผู้บริจาคเพื่อการกุศลบริจาคคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 300,000 บาท หรือบริจาคร่างกายและอวัยวะกรณีพิเศษใบอนุโมทนาบัตรหรือหลักฐานการบริจาค
บิดามารดาของข้าราชการและพระสงฆ์บิดามารดาของข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป ผู้ได้รับ ต.ช. ขึ้นไป พระสมณศักดิ์ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป หรือทหารตำรวจตั้งแต่ชั้นพันโทและเทียบเท่าขึ้นไปกรณีพิเศษหลักฐานความสัมพันธ์และหลักฐานตำแหน่งของบุตร

จุดที่เจ้าภาพมักตกหล่นคือกลุ่มสุดท้ายในตาราง เพราะหลายครอบครัวไม่ทราบว่าการเป็นบิดามารดาของข้าราชการระดับที่กำหนด หรือการเคยบริจาคร่างกายไว้ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ยื่นขอได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าเข้าเกณฑ์ใด ให้รวบรวมเอกสารเท่าที่มีแล้วสอบถามหน่วยงานต้นสังกัดของผู้วายชนม์ หรือกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ก่อนกำหนดวันฌาปนกิจ เพราะวันที่ระบุในหนังสือมีผลต่อการจัดคิวเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนการขอ ยื่นที่ไหน ใช้เอกสารอะไร

กรณีปกติ เจ้าภาพหรือทายาททำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงเจ้าสังกัดของผู้ถึงแก่กรรม โดยระบุชื่อ ตำแหน่ง ชั้นยศ สาเหตุ สถานที่และวันที่ถึงแก่กรรม เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เคยได้รับ เครื่องเกียรติยศประกอบศพที่ประสงค์จะขอ และวัน เวลา สถานที่ที่จะฌาปนกิจ ส่วนกรณีพิเศษ ทำหนังสือถึงเลขาธิการพระราชวัง พร้อมประวัติโดยย่อและคุณงามความดีที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

หลักฐานที่ต้องเตรียมสำหรับกรณีพิเศษ ได้แก่ ใบมรณบัตรของผู้ถึงแก่กรรม ทะเบียนบ้านของทายาท บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรข้าราชการของทายาท และเอกสารที่ยืนยันคุณสมบัติ เช่น หนังสือรับรองจากหน่วยงาน ใบอนุโมทนาบัตร ใบประกาศ หรือหลักฐานการได้รับเหรียญ โดยต้องนำทั้งต้นฉบับและสำเนาไปแสดง สำหรับพระสงฆ์จะใช้หนังสือสุทธิและใบตราตั้งสมณศักดิ์เพิ่มเติม จุดยื่นเรื่องคือกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง หรือยื่นผ่านศาลากลางจังหวัดในกรณีที่อยู่ต่างจังหวัด

เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นประเด็นที่ครอบครัวถามบ่อยที่สุด สำหรับงานในกรุงเทพมหานครที่สำนักพระราชวังจัดเจ้าพนักงานเชิญเพลิงหลวงไปพระราชทานโดยรถยนต์หลวง เจ้าภาพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ยกเว้นงานในเขตปริมณฑลภายในรัศมีห้าสิบกิโลเมตรจากพระบรมมหาราชวัง ที่เจ้าภาพต้องจัดรถรับส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เชิญเพลิง ส่วนงานที่อยู่ไกลออกไปกว่านั้นจะเปลี่ยนเป็นรูปแบบหีบเพลิงพระราชทานที่เจ้าภาพไปรับเอง ภาพรวมสิ่งที่เจ้าภาพต้องเตรียมทั้งงาน ตั้งแต่จองศาลาจนถึงวันเผา อ่านได้ที่บทความจัดงานศพต้องเตรียมอะไรบ้าง

โต๊ะปูผ้าและแจกันดอกไม้ตั้งอยู่เชิงบันไดทางขึ้นศาลาในงานบำเพ็ญกุศล
โต๊ะปูผ้าเรียบร้อยคือสิ่งที่เจ้าภาพต้องเตรียมสำหรับตั้งพานหีบเพลิงในวันพิธี

หีบเพลิงพระราชทาน รับอย่างไรและต้องปฏิบัติอย่างไร

หีบเพลิงพระราชทานใช้ในกรณีที่วัดซึ่งจะฌาปนกิจอยู่ต่างจังหวัดหรือปริมณฑลที่ห่างจากพระบรมมหาราชวังเกินรัศมีห้าสิบกิโลเมตร เมื่อสำนักพระราชวังมีหมายรับสั่งแจ้งมาแล้ว เจ้าภาพหรือผู้แทนจะไปขอรับหีบเพลิงที่กองพระราชพิธี โดยควรไปรับก่อนกำหนดวันพระราชทานเพลิงอย่างน้อยสามวัน ผู้ไปรับควรแต่งกายสุภาพ และรับที่โต๊ะหมู่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์

หากเจ้าภาพไปรับด้วยตนเองไม่ได้ มอบให้ผู้อื่นไปรับแทนได้ โดยนำต้นเรื่อง หนังสือมอบฉันทะ และสำเนาบัตรประจำตัวของผู้แทนไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อรับมาแล้วให้เชิญไปวางไว้ที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ หน่วยงานราชการในท้องที่ หรือที่บ้าน แล้วแต่กรณี และควรมีพานรองรับหีบเพลิงนั้นด้วย

ในวันงาน เจ้าภาพจัดเจ้าหน้าที่หรือญาติที่เป็นข้าราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เป็นผู้เชิญหีบเพลิงพร้อมพานรอง โดยหนึ่งหีบต่อผู้เชิญหนึ่งคน ลำดับที่ถูกต้องคือให้เชิญศพขึ้นตั้งบนเมรุให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงเชิญพานหีบเพลิงขึ้นไปตั้งไว้ด้านศีรษะศพ บนโต๊ะที่ปูผ้าเรียบร้อยและห้ามวางสิ่งอื่นใดร่วมด้วยเด็ดขาด เมื่อวางเรียบร้อยแล้วผู้เชิญคำนับเคารพศพหนึ่งครั้งจึงลงจากเมรุ ระหว่างเชิญต้องสำรวมกิริยา ไม่ต้องทำความเคารพผู้ใด และไม่เดินตามหลังผู้หนึ่งผู้ใด

เมรุและซุ้มทางเข้าประดับดอกไม้สีขาวสำหรับพิธีฌาปนกิจ
ลำดับที่ถูกต้องคือเชิญศพขึ้นตั้งบนเมรุให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงเชิญพานหีบเพลิงขึ้นตาม

จัดวันไหนได้บ้าง และมีข้อกำหนดเรื่องเวลาอย่างไร

วันพระราชทานเพลิงศพต้องไม่ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันพระราชพิธีฉัตรมงคล นอกจากนี้ตามประเพณีนิยมยังไม่มีการเผาศพในวันศุกร์ เจ้าภาพจึงควรตรวจปฏิทินก่อนระบุวันลงในหนังสือ เพราะการเปลี่ยนวันภายหลังหมายถึงการแจ้งกลับไปยังหน่วยงานที่ยื่นเรื่องไว้ทั้งหมด

อีกข้อที่มีผลกับการวางแผนคือเครื่องประกอบเกียรติยศ ได้แก่ หีบ โกศ และฉัตรตั้ง ซึ่งสำนักพระราชวังจะเชิญไปประกอบและตั้งไว้มีกำหนดเพียงเจ็ดวัน หากพ้นกำหนดแล้วเจ้าภาพยังไม่กำหนดวันพระราชทานเพลิง ทางราชการอาจถอนส่วนประกอบลองนอกของหีบหรือโกศไปใช้ในราชการต่อไป ครอบครัวที่ตั้งใจจะตั้งศพยาวกว่านั้นจึงควรวางแผนล่วงหน้าและสอบถามเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน

สำหรับงานที่เจ้าพนักงานเป็นผู้เชิญเพลิง เจ้าภาพควรโทรศัพท์ยืนยันกับเจ้าหน้าที่กองพระราชพิธีก่อนถึงวันงานราวเจ็ดวัน เรื่องเวลาเริ่มพิธี งานลักษณะนี้มักเริ่มช่วงบ่ายถึงเย็นเหมือนงานฌาปนกิจทั่วไป แต่มีขั้นตอนก่อนจุดเพลิงมากกว่า จึงควรเผื่อเวลามากกว่าที่เคย เวลาเผาโดยทั่วไปของงานทั่วไป อ่านเทียบได้ที่บทความเผาศพกี่โมง ส่วนธรรมเนียมจำนวนคืนสวดก่อนถึงวันเผา อ่านได้ที่บทความสวดพระอภิธรรมกี่วัน

ทางเดินพรมแดงใต้ปะรำพิธีที่ประดับดอกไม้ไว้อาลัยสองข้าง
งานที่มีการจัดแถวรับต้องกันทางเดินไว้ การนำของเข้าระหว่างพิธีจึงรบกวนมากกว่างานทั่วไป

ลำดับพิธีในวันงาน และสิ่งที่ผู้ไปร่วมงานควรรู้

เมื่อถึงเวลา เจ้าภาพจะเชิญแขกผู้มีอาวุโสสูงสุดในงานขึ้นเป็นประธานจุดเพลิง คำว่าอาวุโสสูงสุดในที่นี้หมายถึงอาวุโสทั้งด้านคุณวุฒิและวัยวุฒิ หากมีพระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป หรือผู้ที่ผู้วายชนม์และทายาทเคารพนับถือมาร่วมงาน ก็สมควรเชิญบุคคลนั้นเป็นประธาน

ในงานที่มีการอ่านคำประกาศ ลำดับที่ใช้คืออ่านหมายรับสั่งซึ่งแสดงถึงการได้รับพระราชทานเพลิงศพก่อน ตามด้วยประวัติผู้วายชนม์เพื่อประกาศเกียรติคุณ แล้วจึงเป็นคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ลำดับนี้ปรับได้ตามความเหมาะสมของแต่ละงาน ส่วนตอนท้ายจะออกชื่อทายาททั้งหมดหรือเฉพาะเจ้าภาพก็ได้

สิ่งที่ผู้ไปร่วมงานมักไม่ทราบคือช่วงที่เจ้าหน้าที่เชิญหีบเพลิงเดินไปสู่เมรุ ผู้ที่มาร่วมงานควรนั่งอยู่ในความสงบ ไม่ต้องยืนขึ้นและไม่ต้องทำความเคารพ เพราะยังไม่ถึงขั้นตอนของพิธีและผู้เชิญมิใช่ผู้แทนพระองค์ อีกข้อที่กำหนดไว้ชัดคือห้ามเปิดหรือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีในงานพระราชทานเพลิงศพ ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละช่วงของวันงาน ใครทำอะไร และคนทั่วไปควรปฏิบัติตัวอย่างไร

ช่วงของวันงานผู้ที่มีหน้าที่ในพิธีทำอะไรผู้มาร่วมงานทั่วไปควรทำอย่างไร
ก่อนเริ่มพิธีเชิญศพขึ้นตั้งบนเมรุให้เรียบร้อยก่อน แล้วจัดโต๊ะปูผ้าสำหรับตั้งพานหีบเพลิงเข้าไปนั่งให้เรียบร้อยก่อนเวลา ดอกไม้ที่จะส่งควรถึงก่อนช่วงนี้
เชิญหีบเพลิงไปสู่เมรุผู้เชิญแต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เชิญพร้อมพานรอง หนึ่งหีบต่อหนึ่งคนนั่งอยู่ในความสงบ ไม่ต้องยืนขึ้นและไม่ต้องทำความเคารพ
ตั้งหีบเพลิงบนเมรุวางไว้ด้านศีรษะศพบนโต๊ะที่ปูผ้า ห้ามวางสิ่งอื่นร่วม แล้วคำนับเคารพศพหนึ่งครั้งไม่มีการบรรเลงเพลงใด และห้ามเพลงสรรเสริญพระบารมีในงานนี้
อ่านคำประกาศอ่านหมายรับสั่ง ตามด้วยประวัติผู้วายชนม์ และคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณยืนหรือนั่งตามที่พิธีกรแจ้ง และงดใช้โทรศัพท์
จุดเพลิงประธานซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดเปิดหีบเพลิง จุดเทียนชนวน ถวายบังคม แล้วจุดไฟหลวงจากเทียนชนวนรอให้ประธานเสร็จก่อน แล้วจึงขึ้นวางดอกไม้จันทน์ตามลำดับที่เจ้าหน้าที่จัด
หลังเสร็จพิธีเก็บพานและอุปกรณ์ตามระเบียบ ประสานเรื่องเก็บอัฐิในวันรุ่งขึ้นแสดงความเสียใจกับครอบครัวสั้น ๆ แล้วทยอยกลับโดยไม่รบกวนแถว

ขั้นตอนการจุดเพลิงของประธานมีลำดับของตัวเองเช่นกัน คือเปิดหีบเพลิง หยิบเทียนชนวนส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เชิญถือไว้ จุดเทียนชนวนจนไฟติดดี ถวายบังคมไปที่หน้าหีบเพลิง แล้วจึงหยิบธูป ดอกไม้จันทน์ และเทียน จุดไฟหลวงจากเทียนชนวน นำไปวางใต้กลางฐานที่ตั้งหีบศพเป็นอันเสร็จพิธี ที่มาและความหมายของดอกไม้จันทน์ที่ใช้ในขั้นตอนนี้ อ่านเพิ่มได้ที่บทความดอกไม้จันทน์

แต่งกายไปงานพระราชทานเพลิงศพอย่างไร

ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ในพิธี โดยเฉพาะผู้เชิญหีบเพลิงและผู้ตั้งแถวรอรับ แต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ตามที่ระเบียบกำหนด ส่วนลูกหลาน ญาติ และผู้ที่เคารพนับถือผู้วายชนม์ ควรแต่งกายเครื่องแบบไว้ทุกข์ตามประเพณีนิยม ซึ่งถือเป็นการถวายพระเกียรติด้วย

สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นข้าราชการและไม่ได้มีหน้าที่ในพิธี ชุดสุภาพโทนดำหรือสีเข้มแบบที่ใช้ในงานศพทั่วไปถือว่าเหมาะสมแล้ว สิ่งที่ควรระวังมากกว่าเรื่องชุดคือความตรงต่อเวลา เพราะงานลักษณะนี้มีลำดับพิธีที่เริ่มตามกำหนดและมีการจัดแถวรับ การเข้าไปนั่งระหว่างที่พิธีกำลังดำเนินอยู่จึงรบกวนมากกว่างานทั่วไป

ผู้ที่มาในนามหน่วยงานควรตรวจสอบล่วงหน้าว่าเจ้าภาพต้องการให้แต่งเครื่องแบบหรือไม่ เพราะบางงานจัดแถวข้าราชการไว้เป็นส่วนหนึ่งของพิธี หากไม่แน่ใจ การถามเจ้าหน้าที่ประสานงานของเจ้าภาพหนึ่งครั้งดีกว่าการเดาเอง หลักการแต่งกายและข้อควรระวังทั่วไปสำหรับงานศพทุกแบบ อ่านได้ที่บทความแต่งตัวไปงานศพ และบทความข้อห้ามงานศพ

ทางเข้าศาลาบำเพ็ญกุศลที่ตกแต่งด้วยผ้าและดอกไม้สีขาว
ควรถึงงานก่อนเวลาเริ่มพิธี เพราะลำดับพิธีเริ่มตามกำหนดและมีการจัดแถว

ส่งพวงหรีดไปงานพระราชทานเพลิงศพ ควรเลือกแบบไหนและส่งเมื่อไร

ส่งได้ตามปกติ พวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้วายชนม์และให้กำลังใจครอบครัว ไม่เกี่ยวกับระเบียบพิธีของเพลิงพระราชทาน สิ่งที่ควรปรับคือช่วงเวลาที่ส่งและรูปแบบ เพราะงานลักษณะนี้มักเป็นงานผู้ใหญ่ที่มีดอกไม้จากหลายหน่วยงานมาพร้อมกัน และพื้นที่ด้านหน้าเมรุในวันพิธีจะถูกจัดไว้สำหรับลำดับพิธีเป็นหลัก

คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือส่งในช่วงตั้งศพหรือส่งให้ถึงก่อนวันพระราชทานเพลิงหนึ่งวัน แทนที่จะไปถึงระหว่างวันงาน เพราะช่วงบ่ายของวันพิธีเจ้าหน้าที่กำลังจัดพื้นที่และตั้งแถว การนำของเข้าไปตอนนั้นทั้งเสี่ยงวางไม่ได้และรบกวนงาน หากจำเป็นต้องส่งวันงานจริง ๆ ควรแจ้งร้านให้ถึงก่อนเวลาเริ่มพิธีอย่างน้อยสองถึงสามชั่วโมง รอบเวลาส่งของเราดูได้ที่หน้าพวงหรีดส่งด่วน

เรื่องรูปแบบ งานพระราชทานเพลิงศพเหมาะกับงานจัดโทนสุภาพ เรียบร้อย ไม่ฉูดฉาด ดอกไม้สดโทนขาว ขาวเขียว หรือขาวม่วงอ่อนใช้ได้ดีที่สุด หน่วยงานที่ส่งในนามองค์กรควรระบุชื่อหน่วยงานให้ครบถ้วนและใช้ตำแหน่งของผู้วายชนม์ให้ถูกต้องบนป้าย เพราะงานลักษณะนี้มีผู้ร่วมงานจากหลายหน่วยงานที่อ่านป้ายจริง แบบที่นิยมใช้ในงานผู้ใหญ่ดูได้ที่หน้าพวงหรีดพรีเมียมองค์กรพวงหรีดหรูพวงหรีดเพื่อสังคม ส่วนแบบดอกไม้สดทั่วไปดูได้ที่หน้าพวงหรีดดอกไม้สด และตัวอย่างข้อความบนป้ายดูได้ที่หน้าข้อความพวงหรีด

แจกันดอกไม้ไว้อาลัยโทนขาวตั้งเรียงหน้าอาคารประกอบพิธีของวัด
งานผู้ใหญ่มักมีดอกไม้จากหลายหน่วยงาน งานจัดโทนขาวเรียบร้อยจึงเข้ากับภาพรวมที่สุด

วัดที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพในกรุงเทพฯ และการวางแผนส่งของ

ในกรุงเทพมหานคร งานลักษณะนี้มักจัดที่พระอารามหลวงที่มีเมรุหลวงและมีศาลาบำเพ็ญกุศลรองรับงานผู้ใหญ่ เช่น วัดเทพศิรินทราวาส วัดโสมนัสราชวรวิหาร และวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน แต่ละแห่งมีทางเข้าและจุดวางของต่างกัน บางวัดต้องนำของเข้าทางประตูด้านข้างและมีเจ้าหน้าที่จัดแถวพวงหรีดให้เป็นระเบียบ

สิ่งที่ควรถามให้ครบก่อนสั่งดอกไม้มีสามข้อ คือชื่อวัด ชื่อศาลาหรือหมายเลขศาลา และวันที่ต้องการให้ถึง เพราะงานที่ตั้งศพหลายคืนอาจย้ายศาลาระหว่างทาง และวันพระราชทานเพลิงจะย้ายจากศาลาไปที่เมรุ ข้อมูลเส้นทางและจุดส่งของแต่ละวัดดูได้ที่หน้าพวงหรีดวัดเทพศิรินทร์ หน้าพวงหรีดวัดโสมนัสวิหาร และหน้าพวงหรีดวัดพระศรีมหาธาตุ

สำหรับงานที่จัดในต่างจังหวัดซึ่งใช้หีบเพลิงพระราชทาน เจ้าภาพจะมีภาระเพิ่มด้านการเดินทางไปรับหีบเพลิงและการจัดผู้เชิญ จึงควรแบ่งงานให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าใครดูแลเอกสาร ใครดูแลวัด และใครดูแลของที่ต้องสั่ง เทียบช่วงราคาก่อนตัดสินใจได้ที่หน้าพวงหรีดราคา ส่วนภาพรวมธรรมเนียมงานศพไทยในมุมของผู้อ่านต่างประเทศ ดูเพิ่มได้จากสารานุกรมเสรีหัวข้อ Thai funeral

สั่งพวงหรีดส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ

ดอกไม้สดคัดพิเศษ · ส่งถึงวัดตรงเวลา · มีรูปถ่ายก่อนส่ง

สั่งผ่าน LINEโทร 082-919-9481

กรณีที่ผู้วายชนม์เป็นพระภิกษุ ทั้งคำที่ใช้เรียกและลำดับพิธีจะต่างออกไปตั้งแต่ต้น ตั้งแต่การสรงน้ำศพจนถึงการถวายเพลิง อ่านได้ที่บทความงานศพพระ พิธีศพพระสงฆ์และการส่งพวงหรีด

สำหรับผู้ที่อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา สถาบันมักเป็นผู้ยื่นขอพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษให้พร้อมกันทุกท่าน ครอบครัวจึงไม่ต้องยื่นเอกสารเอง อ่านรายละเอียดได้ที่บทความบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่

ต้องการสั่งพวงหรีดหรือดอกไม้ไว้อาลัยส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ ดูแบบและราคาจริงได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด หรือเลือกจากสินค้าทั้งหมดของ ร้านพวงหรีด expresswreath.store — คัดดอกไม้สด จัดอย่างประณีต ส่งถึงวัดตรงเวลา พร้อมรูปถ่ายก่อนส่งทุกงาน

คำถามที่พบบ่อย

แบ่งเป็นสองทาง ทางแรกคือกรณีปกติซึ่งดูจากตำแหน่ง ชั้นยศ สมณศักดิ์ หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เช่น พระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นพระครูสัญญาบัตรขึ้นไป ข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ทหารและตำรวจตั้งแต่ชั้นยศร้อยตรีขึ้นไป ทางที่สองคือกรณีพิเศษ สำหรับผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์แรกแต่มีคุณสมบัติที่ระบุไว้ เช่น ศิลปินแห่งชาติ ผู้บริจาคร่างกาย หรือบิดามารดาของข้าราชการตามชั้นที่กำหนด ทั้งสองทางต้องยื่นเรื่องและรอการพิจารณา ไม่ใช่สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเอง
กรณีปกติให้เจ้าภาพหรือทายาททำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงเจ้าสังกัดของผู้ถึงแก่กรรม ส่วนกรณีพิเศษให้ทำหนังสือถึงเลขาธิการพระราชวัง โดยยื่นเอกสารได้ที่กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง หรือยื่นผ่านศาลากลางจังหวัดสำหรับงานในต่างจังหวัด ควรเตรียมทั้งต้นฉบับและสำเนาของหลักฐานทุกฉบับไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่
สำหรับงานในกรุงเทพมหานครที่สำนักพระราชวังจัดเจ้าพนักงานเชิญเพลิงหลวงไปพระราชทาน เจ้าภาพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ยกเว้นงานในเขตปริมณฑลภายในรัศมีห้าสิบกิโลเมตรจากพระบรมมหาราชวัง ที่เจ้าภาพต้องจัดรถรับส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เชิญเพลิง ส่วนงานที่อยู่ไกลกว่านั้นจะเป็นรูปแบบหีบเพลิงพระราชทานที่เจ้าภาพไปรับเองที่กองพระราชพิธี
ควรไปรับก่อนกำหนดวันพระราชทานเพลิงอย่างน้อยสามวัน ผู้ไปรับควรแต่งกายสุภาพ และรับที่โต๊ะหมู่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ หากเจ้าภาพไปรับเองไม่ได้ มอบให้ผู้อื่นไปรับแทนได้โดยนำต้นเรื่อง หนังสือมอบฉันทะ และสำเนาบัตรประจำตัวของผู้แทนไปแสดง เมื่อรับมาแล้วให้เชิญไปวางไว้ที่หน่วยงานราชการในท้องที่หรือที่บ้าน โดยมีพานรองรับ
ตามประเพณีนิยมไม่มีการเผาศพในวันศุกร์ และวันที่กำหนดต้องไม่ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและวันพระราชพิธีฉัตรมงคล เจ้าภาพจึงควรตรวจปฏิทินก่อนระบุวันลงในหนังสือ เพราะการเปลี่ยนวันภายหลังต้องแจ้งกลับไปยังทุกหน่วยงานที่ยื่นเรื่องไว้
เครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ใช้สำหรับข้าราชการที่มีหน้าที่ในพิธี โดยเฉพาะผู้เชิญหีบเพลิงและผู้ตั้งแถวรอรับ ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นข้าราชการและไม่มีหน้าที่ในพิธี แต่งชุดสุภาพโทนดำหรือสีเข้มแบบงานศพทั่วไปถือว่าเหมาะสมแล้ว หากมาในนามหน่วยงาน ควรถามเจ้าหน้าที่ประสานงานของเจ้าภาพก่อนว่าต้องจัดแถวข้าราชการหรือไม่
ไม่ต้องยืนและไม่ต้องทำความเคารพ ควรนั่งอยู่ในความสงบ เพราะยังไม่ถึงขั้นตอนของพิธีและเจ้าหน้าที่ผู้เชิญมิใช่ผู้แทนพระองค์ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย อีกข้อที่กำหนดไว้ชัดคือห้ามเปิดหรือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีในงานพระราชทานเพลิงศพ
ส่งได้ตามปกติ เพราะพวงหรีดเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้วายชนม์ ไม่เกี่ยวกับระเบียบพิธีของเพลิงพระราชทาน ช่วงที่เหมาะที่สุดคือระหว่างตั้งศพหรือให้ถึงก่อนวันพระราชทานเพลิงหนึ่งวัน เพราะช่วงบ่ายของวันพิธีเจ้าหน้าที่กำลังจัดพื้นที่และตั้งแถว หากจำเป็นต้องส่งวันงาน ควรให้ถึงก่อนเวลาเริ่มพิธีอย่างน้อยสองถึงสามชั่วโมง
เจ้าภาพจะเชิญแขกผู้มีอาวุโสสูงสุดในงานขึ้นเป็นประธานจุดเพลิง ซึ่งหมายถึงอาวุโสทั้งด้านคุณวุฒิและวัยวุฒิ หากมีพระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป หรือผู้ที่ผู้วายชนม์และทายาทเคารพนับถือมาร่วมงาน ก็สมควรเชิญบุคคลนั้นเป็นประธาน โดยเจ้าภาพควรทาบทามล่วงหน้าไม่ใช่เชิญหน้างาน

เรียบเรียงโดยทีมงานจัดดอกไม้ expresswreath.store จากงานส่งพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยเข้าศาลาบำเพ็ญกุศลและเมรุของพระอารามหลวงในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพเป็นประจำ จึงเห็นข้อจำกัดเรื่องเวลาส่งของและการจัดพื้นที่ในวันพิธีโดยตรง · หลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ ขั้นตอนการยื่นเรื่อง เอกสารประกอบ ระเบียบการรับและปฏิบัติต่อหีบเพลิงพระราชทาน ลำดับการอ่านหมายรับสั่ง และขั้นตอนจุดเพลิง อ้างอิงจากเอกสารเผยแพร่สาธารณะของส่วนราชการที่สรุปหลักเกณฑ์ของสำนักพระราชวังไว้ตรงกัน ตรวจสอบซ้ำจากหลายหน่วยงาน · หน้านี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ประกาศของทางราชการ ระเบียบและรายละเอียดอาจมีการปรับปรุง เจ้าภาพควรยืนยันกับหน่วยงานต้นสังกัดของผู้วายชนม์หรือกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ก่อนดำเนินการทุกครั้ง · ร้านเราให้บริการเฉพาะพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัย ไม่ได้รับดำเนินการเรื่องเอกสารขอพระราชทานเพลิงศพ · ตรวจสอบและอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569

บทความนี้มีประโยชน์ไหม แชร์ให้คนที่ต้องการได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฌาปนกิจ คืออะไร ขั้นตอนงานฌาปนกิจที่ควรรู้
ธรรมเนียมงานศพ

ฌาปนกิจ คืออะไร ขั้นตอนงานฌาปนกิจที่ควรรู้

1 มิถุนายน 2569154

ฌาปนกิจคือการเผาศพตามประเพณีไทย มีขั้นตอนอะไรบ้าง ต่างจากงานสวดอย่างไร และเตรียมตัวไปงานอย่างไร

อ่านบทความ →
เผาศพกี่โมง เผาจริงเผาหลอกต่างกันอย่างไร
ธรรมเนียมงานศพ

เผาศพกี่โมง เผาจริงเผาหลอกต่างกันอย่างไร

16 กรกฎาคม 2569231

งานฌาปนกิจนิยมเผาช่วงบ่าย เผาหลอกคืออะไร เผาจริงเริ่มกี่โมง ไปงานเผาควรถึงเวลาไหน และมารยาทที่ควรรู้

อ่านบทความ →
จัดงานศพต้องเตรียมอะไรบ้าง เช็กลิสต์เจ้าภาพวันแรกถึงวันฌาปนกิจ
พวงหรีด

จัดงานศพต้องเตรียมอะไรบ้าง เช็กลิสต์เจ้าภาพวันแรกถึงวันฌาปนกิจ

19 สิงหาคม 256988

เช็กลิสต์เจ้าภาพจัดงานศพในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ชั่วโมงแรก เอกสารและใบมรณบัตร ติดต่อวัดจองศาลา สวดกี่คืน ดอกไม้ที่ต้องสั่งเอง ค่าใช้จ่ายขึ้นกับอะไร ไปจนถึงวันฌาปนกิจและงานที่เหลือหลังจบงาน

อ่านบทความ →
โทรเลย LINE