ก่อนไปงานศพครั้งแรก คนส่วนใหญ่กังวลเรื่องเดียวกันคือกลัวทำอะไรผิดธรรมเนียมโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะเมื่อผู้ใหญ่ในบ้านเตือนมาหลายข้อจนไม่แน่ใจว่าข้อไหนเป็นมารยาทที่ต้องรักษาจริง และข้อไหนเป็นความเชื่อที่เล่าต่อกันมา ทีมงานที่เข้าออกศาลาวัดในกรุงเทพฯ ทุกคืนได้ยินคำถามเหล่านี้จากผู้มาร่วมงานเป็นประจำ บทความนี้จึงแยกให้ชัดว่าข้อห้ามแต่ละข้อมาจากไหน ข้อไหนควรถือตามเพื่อความสบายใจของเจ้าภาพ และข้อไหนไม่มีผลอะไรกับงานเลย
- ข้อห้ามในงานศพมีอะไรบ้าง
- คนท้องไปงานศพได้ไหม
- ตารางข้อห้ามและที่มา
- ห้ามใส่ชุดสีอะไร
- ในงานศพห้ามพูดอะไร
- ถ่ายรูปในงานศพได้ไหม
- ห้ามชวนกันกลับจริงไหม
- เด็กเล็กไปได้ไหม
- ข้อห้ามเรื่องพวงหรีด
- ไปไม่ได้ผิดมารยาทไหม
- คำถามที่พบบ่อย
ข้อห้ามในงานศพไทยมีอะไรบ้าง
ข้อห้ามที่คนไทยพูดถึงกันบ่อยมีราวสิบข้อ แบ่งได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือมารยาทต่อเจ้าภาพและผู้ล่วงลับ เช่น การแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ถ่ายรูปพร่ำเพรื่อ กลุ่มที่สองคือความเชื่อพื้นบ้าน เช่น ห้ามคนท้องไปงานศพ ห้ามชวนกันกลับ หรือให้ปัดสิ่งไม่ดีก่อนเข้าบ้าน กลุ่มแรกควรถือตามทุกข้อ ส่วนกลุ่มที่สองขึ้นอยู่กับความสบายใจของแต่ละคน
เส้นแบ่งที่ใช้ตัดสินใจได้ง่ายที่สุดคือถามว่าข้อนั้นกระทบใครบ้าง ถ้าไม่ทำแล้วเจ้าภาพหรือแขกคนอื่นรู้สึกไม่ดี แปลว่าเป็นมารยาทที่ควรรักษา แต่ถ้าเป็นเรื่องที่กระทบเฉพาะความสบายใจของตัวเราเอง จะถือหรือไม่ถือก็ไม่มีใครเดือดร้อน สิ่งที่เจ้าภาพให้ค่ามากที่สุดในความเป็นจริงไม่ใช่การทำตามข้อห้ามครบทุกข้อ แต่คือการที่มีคนมาร่วมงานและอยู่เป็นเพื่อนในคืนที่บ้านเงียบที่สุด

คนท้องไปงานศพได้ไหม
ตามความเชื่อดั้งเดิมนิยมให้หญิงตั้งครรภ์งดไปงานศพ เพราะเชื่อกันว่าในงานมีดวงวิญญาณและสิ่งที่มองไม่เห็น อาจตามติดตัวหรือทำให้เกิดเรื่องไม่ดีกับเด็กในครรภ์ แต่ในทางปฏิบัติไม่มีข้อห้ามทางศาสนาพุทธที่ระบุเรื่องนี้ไว้ ความเชื่อนี้จึงมักถูกอธิบายว่าเป็นกุศโลบายเพื่อถนอมร่างกายและอารมณ์ของคนท้องมากกว่า
เหตุผลเชิงปฏิบัติที่อยู่เบื้องหลังฟังขึ้นกว่าที่คิด เพราะงานศพมีทั้งควันธูป อากาศร้อนอบในศาลาที่คนแน่น การนั่งพื้นนาน ๆ การยืนรับแขกหลายชั่วโมง และบรรยากาศโศกเศร้าที่กระทบอารมณ์ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ได้มากกว่าคนทั่วไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาระต่อร่างกายจริง หากผู้ตั้งครรภ์ต้องการไปเพราะเป็นญาติสนิท ทางสายกลางที่หลายครอบครัวใช้คือไปช่วงสั้น ๆ ในเวลาที่คนไม่แน่น เลือกนั่งบริเวณที่อากาศถ่ายเทและใกล้ทางออก ไม่ต้องอยู่จนจบพิธี และให้มีคนไปด้วยเสมอ ส่วนผู้ที่มีภาวะครรภ์เสี่ยง เช่น มีประวัติแท้ง มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีอาการเจ็บครรภ์เตือนบ่อย ควรงดไว้ก่อนและปรึกษาแพทย์ที่ดูแลครรภ์เป็นหลัก แล้วส่งพวงหรีดหรือให้คนในครอบครัวไปแทน ซึ่งเจ้าภาพเข้าใจได้เสมอ
ข้อห้ามแต่ละข้อมาจากไหน และควรถือตามแค่ไหน
ตารางด้านล่างรวมข้อห้ามที่ได้ยินบ่อยที่สุด พร้อมระบุที่มาและแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงในงานที่วัดในกรุงเทพฯ เพื่อให้ตัดสินใจได้เองว่าข้อไหนจำเป็นต้องทำตาม
| ข้อห้ามที่ได้ยินบ่อย | จัดเป็นอะไร | แนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริง |
|---|---|---|
| หญิงตั้งครรภ์ห้ามไปงานศพ | ความเชื่อ | ไม่มีข้อห้ามทางศาสนา แต่ควรเลี่ยงเพราะควันธูป อากาศอบ และการอยู่นาน หากไปให้อยู่สั้น ๆ นั่งใกล้ทางออก ครรภ์เสี่ยงให้ปรึกษาแพทย์ก่อน |
| ห้ามพาเด็กอ่อนไปงานศพ | ความเชื่อ | พาไปได้ แต่เลือกช่วงคนไม่แน่น เตรียมที่นั่งใกล้ทางออก และบอกเด็กล่วงหน้าว่าจะเจออะไร |
| ห้ามใส่ชุดสีสด | มารยาท | ยึดดำล้วนเป็นหลัก ขาว เทา กรมท่าเข้มใช้ได้ เลี่ยงลายเด่นและชุดรัดรูป งานจีนบางบ้านนิยมขาว |
| ห้ามถามสาเหตุการเสียชีวิต | มารยาท | เลี่ยงคำถามที่ทำให้เจ้าภาพต้องเล่าซ้ำ ใช้ประโยคสั้นแสดงความเสียใจแทน |
| ห้ามถ่ายรูปในงาน | มารยาทบางส่วน | ถ่ายบรรยากาศและดอกไม้ได้ เลี่ยงใบหน้าผู้ล่วงลับ ภาพคนร้องไห้ และการโพสต์ก่อนขออนุญาตเจ้าภาพ |
| ห้ามชวนกันกลับบ้าน | ความเชื่อ | กลับพร้อมกันได้ตามปกติ ผู้ที่ถือมักเลี่ยงแค่การเอ่ยชื่อชวนออกเสียงในบริเวณงาน |
| ต้องปัดตัวหรืออาบน้ำก่อนเข้าบ้าน | ความเชื่อ | ไม่ใช่ข้อกำหนดทางศาสนา แต่การอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังอยู่ในที่คนแน่นทั้งคืนเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว |
| ห้ามกินอาหารในงานศพกลับบ้าน | ความเชื่อ | เจ้าภาพหลายบ้านตั้งใจให้แขกนำกลับ ถือเป็นการแบ่งบุญ ไม่ต้องปฏิเสธจนเสียน้ำใจ |
| ห้ามส่งพวงหรีดสีสด | ธรรมเนียม | โทนขาว ครีม เขียว ม่วงอ่อน ปลอดภัยกับทุกงาน โทนสดใช้ได้เมื่อครอบครัวต้องการบรรยากาศแบบนั้น |
จะเห็นว่าข้อที่เป็นมารยาทมักมีเหตุผลรองรับตรงไปตรงมา ส่วนข้อที่เป็นความเชื่อมักมีที่มาจากการดูแลความปลอดภัยหรือความรู้สึกของคนในอดีต การถือตามความเชื่อไม่ใช่เรื่องผิด และหลายครอบครัวก็ยังถือกันอยู่ เพียงแต่ไม่ควรใช้ความเชื่อเหล่านี้ไปตำหนิคนอื่นที่ไม่ได้ทำตาม เพราะแต่ละบ้านได้รับการสอนมาต่างกัน

ห้ามใส่ชุดสีอะไรไปงานศพ
สีที่ควรเลี่ยงคือสีสด สีฉูดฉาด และลวดลายเด่น เช่น แดง ส้ม เหลืองสด ชมพูสด เพราะดูขัดกับบรรยากาศของงาน สีที่ปลอดภัยที่สุดคือดำล้วน รองลงมาคือขาว เทา และกรมท่าเข้ม ส่วนความยาวและทรงของชุดสำคัญไม่แพ้สี คือควรปิดไหล่ ไม่รัดรูป และไม่สั้นเกินไป
ข้อยกเว้นที่พบบ่อยคืองานของครอบครัวเชื้อสายจีนบางบ้านที่นิยมให้แขกใส่ขาวหรือขาวดำ และงานของผู้สูงอายุที่จากไปด้วยวัยมาก ซึ่งบางครอบครัวถือว่าเป็นงานบุญและไม่เคร่งเรื่องสีดำ วิธีที่ไม่พลาดคือดูจากคำเชิญหรือถามคนใกล้ชิดเจ้าภาพก่อนหนึ่งคำ รายละเอียดเรื่องชุด รองเท้า และของที่ควรถือติดตัวไป อ่านต่อได้ที่บทความแต่งตัวไปงานศพ ส่วนธรรมเนียมเฉพาะของงานศพจีนซึ่งมีข้อห้ามเรื่องสีและของบางอย่างต่างออกไป อ่านได้ที่บทความงานศพจีน

ในงานศพห้ามพูดอะไร
คำที่ควรเลี่ยงคือคำถามที่รื้อฟื้นรายละเอียดการเสียชีวิต เช่น ถามว่าเสียเพราะอะไร ทรมานไหม หรือเป็นมานานหรือยัง รวมถึงคำปลอบที่ตัดสินความรู้สึกคนอื่น เช่น บอกให้เข้มแข็ง อย่าร้องไห้ หรือบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้ว คำเหล่านี้ทำให้เจ้าภาพต้องเล่าซ้ำหรือรู้สึกว่าความเศร้าของตัวเองไม่ถูกยอมรับ
สิ่งที่พูดแล้วดีเสมอคือประโยคสั้น ๆ ที่แสดงว่าเรามาอยู่ตรงนี้ด้วย เช่น บอกว่าเสียใจด้วยจริง ๆ แล้วเติมความทรงจำเล็ก ๆ เกี่ยวกับผู้ล่วงลับที่เรามีร่วมกัน เจ้าภาพส่วนใหญ่จำได้แม่นกว่าคำปลอบยาว ๆ อีกเรื่องที่ควรระวังคือการคุยธุระหรือคุยเรื่องงานเสียงดังในศาลาระหว่างพระสวด ถ้าจำเป็นต้องคุยให้ออกไปด้านนอก ตัวอย่างข้อความที่ใช้ได้ทั้งพูดปากเปล่าและเขียนลงการ์ด รวบรวมไว้ที่บทความข้อความแสดงความเสียใจ
ถ่ายรูปในงานศพได้ไหม
ถ่ายได้ แต่ต้องเลือกสิ่งที่ถ่ายและจังหวะที่ถ่าย ภาพที่ถ่ายได้ตามปกติคือดอกไม้หน้าหีบ พวงหรีดที่หน่วยงานส่งมา บรรยากาศศาลา และภาพหมู่ของคนที่มาร่วมงาน ส่วนที่ควรเลี่ยงคือการถ่ายใบหน้าผู้ล่วงลับ ถ่ายเจ้าภาพขณะร้องไห้ และการถ่ายระหว่างพระกำลังสวดโดยยกโทรศัพท์บังคนอื่น
อีกข้อที่มักลืมคือการโพสต์ลงโซเชียล ควรถามเจ้าภาพก่อนเสมอ เพราะบางครอบครัวยังไม่ได้แจ้งข่าวให้ญาติบางกลุ่มทราบ และการเห็นข่าวจากหน้าฟีดก่อนได้รับแจ้งเป็นเรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึกกันภายหลังบ่อยมาก หากต้องการเก็บภาพไว้ให้ครอบครัว วิธีที่ดีกว่าคือถ่ายแล้วส่งให้เจ้าภาพโดยตรงทางไลน์ ให้ครอบครัวเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะเผยแพร่ภาพไหน

ห้ามชวนกันกลับบ้านจริงไหม และกลับถึงบ้านต้องทำอะไร
ความเชื่อที่ว่าห้ามเอ่ยปากชวนใครกลับบ้านพร้อมกันหลังออกจากงานศพ มาจากความเชื่อว่าการเอ่ยชื่อคนอาจทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นตามกลับไปด้วย เช่นเดียวกับความเชื่อที่ให้ล้างหน้าล้างมือ ปัดตัว หรืออาบน้ำก่อนเข้าบ้าน ทั้งสองเรื่องไม่ใช่ข้อกำหนดทางศาสนา แต่เป็นธรรมเนียมที่ทำต่อกันมาเพื่อความสบายใจ
ในทางปฏิบัติ หากไปด้วยกันอยู่แล้วก็กลับพร้อมกันได้ตามปกติ คนที่ถือเรื่องนี้มักเลี่ยงแค่การชวนแบบเอ่ยชื่อออกเสียงในบริเวณงาน ส่วนการทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้าบ้านนั้นมีเหตุผลด้านสุขอนามัยรองรับอยู่แล้ว เพราะงานศพเป็นที่รวมคนจำนวนมากและมีควันธูปตลอดคืน การอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจึงเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ธรรมเนียมงานศพในแต่ละวัฒนธรรมมีข้อปฏิบัติและข้อห้ามต่างกันมาก ผู้สนใจภาพรวมเชิงเปรียบเทียบอ่านเพิ่มได้จากสารานุกรมเสรีหัวข้อ Funeral
เด็กเล็กไปงานศพได้ไหม
ไปได้ และหลายครอบครัวก็พาไปเพื่อให้เด็กได้ร่ำลาญาติผู้ใหญ่ ความเชื่อที่ให้งดพาเด็กอ่อนไปมีที่มาคล้ายกับกรณีคนท้อง คือกังวลเรื่องสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เหตุผลที่ใช้ได้จริงคือศาลาที่คนแน่น ควันธูป และเสียงดังไม่เหมาะกับเด็กเล็ก อีกทั้งเด็กมักอยู่นิ่งไม่ได้ตลอดพิธี
หากพาไป ควรเลือกช่วงเวลาที่คนยังไม่แน่นและเตรียมที่นั่งใกล้ทางออกไว้ เผื่อต้องพาออกไปข้างนอกกลางคัน สิ่งที่ช่วยได้มากคือบอกเด็กล่วงหน้าด้วยภาษาง่าย ๆ ว่ากำลังจะไปที่ไหน จะเจออะไร และต้องทำตัวอย่างไร เด็กที่รู้ล่วงหน้ามักรับมือกับบรรยากาศได้ดีกว่าที่ผู้ใหญ่คิด สำหรับเด็กโตที่ต้องไหว้หรือวางดอกไม้จันทน์ในวันฌาปนกิจ อธิบายความหมายของพิธีให้ฟังก่อนได้จากบทความดอกไม้จันทน์

มีข้อห้ามเรื่องพวงหรีดที่ส่งไปไหม
ไม่มีข้อห้ามตายตัว แต่มีสิ่งที่ควรเลี่ยงสามอย่าง คือสีที่สดจัดจนดูเป็นงานมงคล ข้อความบนป้ายที่ยาวเกินไปหรือเป็นกันเองเกินงาน และการส่งไปถึงในเวลาที่เจ้าภาพยังจัดศาลาไม่เสร็จหรือหลังงานเลิกแล้ว สามข้อนี้แก้ได้ง่ายเพียงแจ้งชื่อวัด ศาลา และรอบเวลาให้ร้านตั้งแต่ตอนสั่ง
เรื่องสีนั้นโทนขาว ครีม เขียว และม่วงอ่อนใช้ได้กับทุกงาน ส่วนโทนสดควรใช้เมื่อรู้ว่าครอบครัวต้องการบรรยากาศแบบนั้นจริง รายละเอียดว่าสีไหนเหมาะกับงานแบบใด อ่านได้ที่บทความสีพวงหรีด ส่วนการเขียนป้ายให้สุภาพและถูกลำดับผู้ส่ง ดูตัวอย่างได้ที่หน้าข้อความพวงหรีด เรื่องวันและเวลาที่ควรส่ง อ่านได้ที่บทความพวงหรีดให้วันไหน และหากเพิ่งทราบข่าวในวันงาน เรามีรอบส่งด่วนถึงศาลาวัดทั่วกรุงเทพฯ ตามที่อธิบายไว้ในหน้าพวงหรีดส่งด่วน

ไปงานศพไม่ได้ ถือว่าผิดมารยาทไหม
ไม่ผิด เพราะเจ้าภาพเข้าใจดีว่าแต่ละคนมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ระยะทาง สุขภาพ และภาระงาน สิ่งที่ควรทำแทนคือแจ้งให้ทราบว่ามาไม่ได้ด้วยเหตุใด แล้วแสดงน้ำใจในรูปแบบอื่น เช่น ส่งพวงหรีด ฝากซองไปกับคนที่ไป หรือทักไปหาเจ้าภาพหลังงานเมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือช่วงเวลาหลังงานจบเป็นช่วงที่เจ้าภาพเงียบเหงาที่สุด เพราะคนที่มาช่วยงานกลับกันหมดแล้ว การทักไปถามไถ่ในสัปดาห์ถัดมาจึงมีความหมายมากกว่าที่คิด และไม่จำเป็นต้องมีของฝากหรือคำพูดสวยหรูใด ๆ วิธีฝากซองให้ถูกธรรมเนียมและจำนวนเงินที่นิยมใส่ อ่านได้ที่บทความซองงานศพ ส่วนกรณีที่ต้องส่งพวงหรีดในนามหน่วยงานหรือส่งแทนผู้ใหญ่ ดูแนวทางได้ที่บทความส่งพวงหรีดให้ใคร
สั่งพวงหรีดส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ
ดอกไม้สดคัดพิเศษ · ส่งถึงวัดตรงเวลา · มีรูปถ่ายก่อนส่ง
สั่งผ่าน LINEโทร 082-919-9481ข้อห้ามที่ต่างออกไปอย่างชัดเจนคือของงานศพมุสลิม ซึ่งไม่มีการจุดธูป ไม่ไหว้ศพ และไม่ใช้พวงหรีด อ่านสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำได้ที่บทความงานศพอิสลาม มารยาทของผู้ไปร่วมงาน
อีกเรื่องที่ควรสังเกตก่อนไปงานคือประกาศของเจ้าภาพเรื่องพวงหรีด บางงานขอความร่วมมือไม่ให้ส่ง อ่านว่าควรทำตามไหมและส่งอะไรแทนได้บ้างที่บทความงานศพขอ 'งดพวงหรีด' ควรทำอย่างไร
ต้องการสั่งพวงหรีดหรือดอกไม้ไว้อาลัยส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ ดูแบบและราคาจริงได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด หรือเลือกจากสินค้าทั้งหมดของ ร้านพวงหรีด expresswreath.store — คัดดอกไม้สด จัดอย่างประณีต ส่งถึงวัดตรงเวลา พร้อมรูปถ่ายก่อนส่งทุกงาน
คำถามที่พบบ่อย
เรียบเรียงโดยทีมงานจัดดอกไม้ expresswreath.store จากการเข้าออกศาลาวัดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อติดตั้งพวงหรีดและดอกไม้หน้าหีบทุกคืน และจากคำถามที่ผู้มาร่วมงานสอบถามเข้ามาทางไลน์ก่อนเดินทางไปงาน · ข้อห้ามที่ระบุแยกเป็นสองกลุ่มคือมารยาทที่ควรถือตามและความเชื่อพื้นบ้านซึ่งไม่ใช่ข้อกำหนดทางศาสนา · เรื่องสุขภาพของผู้ตั้งครรภ์ให้ยึดคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลครรภ์เป็นหลัก · ตรวจสอบและอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569
บทความนี้มีประโยชน์ไหม แชร์ให้คนที่ต้องการได้เลย






