เมื่อจองศาลาและกำหนดวันฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว รายการที่เจ้าภาพมักตัดสินใจช้าที่สุดคือของชำร่วยที่จะแจกแขกในวันสุดท้าย เพราะไม่รู้ว่าต้องมีไหม ควรเลือกอะไร สั่งกี่ชิ้นถึงจะพอโดยไม่เหลือทิ้ง และควรทำหนังสืออนุสรณ์ด้วยหรือเปล่า ทีมงานที่เข้าไปติดตั้งดอกไม้ที่เมรุในวันฌาปนกิจเห็นทั้งงานที่ของเหลือเป็นลังและงานที่ของหมดตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิธี บทความนี้จึงรวบรวมเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจได้จริงไว้ให้ครบในที่เดียว
- ของชำร่วยงานศพคืออะไร
- นิยมแจกอะไรบ้าง (ตารางเทียบ)
- ควรสั่งกี่ชิ้น
- แจกตอนไหน ใครเป็นคนแจก
- หนังสืออนุสรณ์คืออะไร
- ในเล่มควรมีอะไร
- สั่งล่วงหน้ากี่วัน
- ต่างจากดอกไม้จันทน์อย่างไร
- เป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ไหม
- คำถามที่พบบ่อย
ของชำร่วยงานศพคืออะไร จำเป็นต้องมีไหม
ของชำร่วยงานศพคือของที่เจ้าภาพมอบให้ผู้มาร่วมงานเป็นการขอบคุณที่สละเวลามาส่งผู้ล่วงลับ นิยมแจกในวันฌาปนกิจซึ่งเป็นวันที่คนมาพร้อมกันมากที่สุด ในทางธรรมเนียมไม่ใช่สิ่งบังคับ งานที่ไม่มีของชำร่วยเลยก็ไม่ถือว่าบกพร่อง แต่ครอบครัวส่วนใหญ่ยังนิยมทำเพราะเป็นของที่แขกได้ติดมือกลับ
สิ่งที่ควรตัดสินใจก่อนเลือกของคือจะให้ของชิ้นนี้ทำหน้าที่อะไร ถ้าต้องการให้เป็นเครื่องเตือนความทรงจำถึงผู้ล่วงลับ ควรเลือกของที่มีพื้นที่พิมพ์ชื่อและวันที่ได้ชัด ถ้าต้องการให้เป็นของที่ใช้ได้จริงจนหมดไป ควรเลือกของใช้ในบ้านที่ทุกวัยได้ใช้เหมือนกัน สองแนวคิดนี้พาไปสู่ของคนละแบบ และเป็นเหตุผลว่าทำไมงานสองงานที่งบใกล้กันจึงเลือกของต่างกันมาก

ของชำร่วยงานศพนิยมแจกอะไรบ้าง
ของที่พบบ่อยที่สุดคือกลุ่มยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ ยาดม ยาหม่อง พิมเสนน้ำ และยาสามัญชุดเล็ก รองลงมาคือของใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ สบู่ ผ้าเช็ดหน้า กระเป๋าผ้า ร่มพับ และแก้วน้ำ ส่วนกลุ่มที่ให้ความรู้สึกเป็นที่ระลึกมากที่สุดคือหนังสืออนุสรณ์และของที่พิมพ์ชื่อผู้ล่วงลับไว้
ตารางด้านล่างเทียบของแต่ละกลุ่มตามสิ่งที่เจ้าภาพต้องชั่งน้ำหนักจริง คือความเหมาะกับกลุ่มแขก ข้อจำกัดที่ต้องระวัง และช่วงราคาต่อชิ้นที่พบทั่วไปในท้องตลาด ราคาที่ระบุเป็นกรอบกว้างเพื่อใช้ตั้งงบเบื้องต้นเท่านั้น ควรขอใบเสนอราคาจากผู้ผลิตอีกครั้งเพราะขึ้นกับจำนวนสั่งและงานพิมพ์
| กลุ่มของชำร่วย | เหมาะกับงานแบบไหน | ข้อควรระวัง | ช่วงราคาต่อชิ้นที่พบทั่วไป |
|---|---|---|---|
| ยาดม พิมเสนน้ำ ยาหม่อง | งานที่ผู้สูงอายุมาร่วมมาก ใช้ได้จริงเกือบทุกคน | ตรวจวันหมดอายุและแหล่งผลิตให้ชัดเจน | ประมาณ 10–40 บาท |
| ยาสามัญประจำบ้านชุดเล็ก | งานที่แขกหลากหลายวัย เหลือแล้วบริจาคต่อได้ | เลี่ยงยาที่ต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์ | ประมาณ 15–50 บาท |
| สบู่ ผ้าเช็ดหน้า ของใช้ในบ้าน | งานทั่วไป ดูสุภาพและใช้หมดไป | เลือกกลิ่นและสีที่สุภาพ ไม่ฉูดฉาด | ประมาณ 15–60 บาท |
| กระเป๋าผ้า | งานที่แขกเป็นวัยทำงาน ใช้ต่อได้นาน | เลือกโทนขาว ดำ หรือเทา และเนื้อผ้าที่ใช้ได้จริง | ประมาณ 30–90 บาท |
| ร่มพับ | งานที่ต้องการของใช้ได้จริงและดูมีน้ำหนัก | งบต่อชิ้นสูงกว่ากลุ่มอื่น ควรประเมินจำนวนให้แม่น | ประมาณ 60–180 บาท |
| ของพิมพ์ชื่อผู้ล่วงลับ | งานที่ต้องการให้เป็นที่ระลึกโดยเฉพาะ | เหลือแล้วใช้ต่อไม่ได้ ต้องสั่งใกล้จำนวนจริง และเผื่อเวลาพิมพ์ | ตามแบบและจำนวนสั่ง |
| หนังสืออนุสรณ์ | งานของผู้มีผลงานหรือครอบครัวที่ต้องการเก็บเรื่องราวไว้เป็นเล่ม | ใช้เวลารวบรวมเนื้อหาและจัดพิมพ์นานที่สุด ควรเริ่มตั้งแต่วันแรก | ตามจำนวนหน้าและยอดพิมพ์ |
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจได้เร็วที่สุดคือดูว่าแขกส่วนใหญ่ของงานเป็นใคร งานที่ผู้สูงอายุมามาก ของกลุ่มยาดมและพิมเสนน้ำได้ใช้จริงเกือบทุกคน งานที่แขกเป็นวัยทำงานจากที่ทำงานเดียวกัน ของที่หยิบใส่กระเป๋าไปใช้ต่อได้อย่างร่มพับหรือกระเป๋าผ้ามักถูกใช้มากกว่า ส่วนงานของครูอาจารย์ นักเขียน หรือผู้ที่มีผลงานเป็นที่รู้จัก หนังสืออนุสรณ์คือของที่คนเก็บไว้นานที่สุด

ควรสั่งของชำร่วยกี่ชิ้น
ให้ประมาณจากจำนวนแขกในวันฌาปนกิจ ไม่ใช่จำนวนแขกรวมทุกคืน เพราะของแจกในวันสุดท้ายวันเดียว วิธีที่ใช้ได้จริงคือนับจำนวนผู้มาร่วมงานในคืนสวดที่คนมากที่สุด แล้วบวกเผื่ออีกประมาณสองถึงสามส่วนสิบ เพราะวันฌาปนกิจมักมีผู้ที่ไม่ได้มาคืนสวดมาร่วมเพิ่ม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือสั่งเผื่อมากเกินไปเพราะกลัวไม่พอ แล้วเหลือเป็นลังจนต้องหาที่เก็บหลังงาน ทางแก้ที่หลายครอบครัวใช้คือสั่งจำนวนหลักไว้ตามที่ประเมิน แล้วตกลงกับผู้ผลิตล่วงหน้าว่าขอสั่งเพิ่มแบบเร่งด่วนได้ในกรณีจำเป็น หรือเลือกของที่หากเหลือแล้วนำไปถวายวัดหรือบริจาคต่อได้โดยไม่เสียของ เช่น ยาสามัญประจำบ้านและของใช้ที่ไม่ได้พิมพ์ชื่อ ส่วนของที่พิมพ์ชื่อและวันที่ไว้ควรสั่งให้ใกล้เคียงจำนวนจริงที่สุด เพราะนำไปใช้ต่อในโอกาสอื่นไม่ได้
แจกของชำร่วยตอนไหน และใครเป็นคนแจก
ส่วนใหญ่แจกตอนแขกกลับหลังเสร็จพิธีที่เมรุ โดยจัดโต๊ะไว้บริเวณทางออกและมีญาติสองถึงสามคนยืนส่ง บางงานเลือกวางไว้บนโต๊ะให้แขกหยิบเองพร้อมป้ายบอกสั้น ๆ ซึ่งเหมาะกับงานที่แขกจำนวนมากและทยอยกลับไม่พร้อมกัน
สิ่งที่ควรเตรียมล่วงหน้าคือจุดวางของ ถุงใส่ และคนดูแลโต๊ะที่ไม่ใช่เจ้าภาพหลัก เพราะเจ้าภาพต้องอยู่ในพิธีจนจบและมักไม่มีเวลามาจัดการเรื่องนี้เอง หากงานมีทั้งหนังสืออนุสรณ์และของชำร่วยชิ้นเล็ก ควรแยกโต๊ะหรือแยกถุงไว้ให้ชัด เพราะหนังสือมีน้ำหนักและมักถูกวางลืมไว้ที่ศาลาถ้าไม่มีใครยื่นให้ถึงมือ อีกจุดที่ควรตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้นคือของสำหรับพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่ศาลา ซึ่งหลายครอบครัวเตรียมแยกไว้ต่างหากจากของที่แจกแขกทั่วไป

หนังสืออนุสรณ์งานศพคืออะไร ต้องทำไหม
หนังสืออนุสรณ์งานศพคือหนังสือที่ครอบครัวจัดพิมพ์แจกในวันฌาปนกิจ เนื้อหาหลักคือประวัติและผลงานของผู้ล่วงลับ คำไว้อาลัยจากญาติมิตร และมักมีเนื้อหาความรู้หรือธรรมะเพิ่มเข้ามาอีกส่วนหนึ่ง ธรรมเนียมนี้ไม่ใช่สิ่งบังคับ ครอบครัวเลือกทำเมื่อต้องการเก็บเรื่องราวของผู้ล่วงลับไว้เป็นเล่ม
ธรรมเนียมนี้ในไทยเริ่มจากราชสำนักในสมัยรัชกาลที่ห้า โดยหนังสืองานศพเล่มแรกจัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2423 ก่อนจะแพร่หลายจากชนชั้นสูงสู่ข้าราชการและประชาชนทั่วไปในเวลาต่อมา ปัจจุบันหนังสือกลุ่มนี้ถูกใช้เป็นแหล่งค้นคว้าทางประวัติศาสตร์และสังคมของไทย เพราะบันทึกทั้งชีวิตคนธรรมดาและองค์ความรู้เฉพาะทางที่ไม่ปรากฏที่อื่น ผู้สนใจที่มาของธรรมเนียมนี้อ่านเพิ่มได้จากสารานุกรมเสรีหัวข้อ Cremation volume

ในหนังสืออนุสรณ์ควรมีอะไรบ้าง
โครงที่ใช้กันทั่วไปมีสี่ส่วน คือประวัติผู้ล่วงลับพร้อมรูปในช่วงต่าง ๆ ของชีวิต คำไว้อาลัยจากครอบครัวและผู้ร่วมงานใกล้ชิด กำหนดการงานและรายชื่อเจ้าภาพ และเนื้อหาส่วนสุดท้ายที่ครอบครัวเลือกเอง เช่น ธรรมะที่ผู้ล่วงลับศรัทธา ตำราอาหารประจำบ้าน หรือความรู้ในสาขาที่ท่านทำงานมาทั้งชีวิต
ส่วนที่ทำให้หนังสือมีคุณค่าจริงคือส่วนสุดท้ายนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เล่มนี้ต่างจากเล่มอื่น หลายครอบครัวเลือกรวบรวมสูตรอาหารที่คนในบ้านคิดถึง จดหมายหรือบันทึกที่ผู้ล่วงลับเขียนไว้ หรือรูปถ่ายเก่าที่ญาติแต่ละคนช่วยกันส่งมา สิ่งเหล่านี้ใช้เวลารวบรวมมากกว่าที่คิด จึงควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่กำหนดวันฌาปนกิจได้ โดยตั้งกลุ่มไลน์ให้ญาติส่งรูปและข้อความเข้ามาที่เดียว แล้วให้คนในครอบครัวหนึ่งคนเป็นผู้เรียบเรียง จะเร็วกว่าการรอให้ทุกคนส่งครบแล้วค่อยเริ่มทำ
ต้องสั่งของชำร่วยและหนังสือล่วงหน้ากี่วัน
ของชำร่วยสำเร็จรูปที่ไม่ต้องพิมพ์ชื่อ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ส่งได้ภายในไม่กี่วัน ส่วนของที่ต้องพิมพ์ชื่อผู้ล่วงลับหรือทำสติกเกอร์ติด ควรเผื่ออย่างน้อยสามถึงห้าวันทำการ ส่วนหนังสืออนุสรณ์ใช้เวลามากที่สุด เพราะต้องรวบรวมเนื้อหา จัดหน้า ตรวจพิสูจน์อักษร แล้วจึงเข้าโรงพิมพ์
ในทางปฏิบัติ งานที่ตั้งสวดสามคืนแล้วฌาปนกิจในวันที่สี่มักมีเวลาไม่พอสำหรับทำหนังสือให้ทันวันเผา ครอบครัวจำนวนมากจึงเลือกทางอื่นสองทาง ทางแรกคือทำหนังสือเล่มบางแบบเรียบง่ายที่มีเฉพาะประวัติ รูป และกำหนดการ ทางที่สองคือแจกของชำร่วยในวันฌาปนกิจไปก่อน แล้วจัดพิมพ์หนังสือฉบับสมบูรณ์ไว้แจกในงานทำบุญครบร้อยวันแทน วิธีหลังทำให้มีเวลารวบรวมเรื่องราวได้ครบและได้เล่มที่ครอบครัวพอใจมากกว่า รายละเอียดการนับวันและการเตรียมงานครบร้อยวัน อ่านได้ที่บทความทำบุญ 100 วัน

ของชำร่วยกับดอกไม้จันทน์ต่างกันอย่างไร
ต่างกันที่หน้าที่และจังหวะที่ใช้ ดอกไม้จันทน์เป็นของที่แขกใช้ในพิธีวางบนเมรุเพื่อร่วมส่งผู้ล่วงลับ เจ้าภาพจัดเตรียมให้ทุกคนและใช้หมดไปในพิธีนั้นเลย ส่วนของชำร่วยเป็นของที่แขกนำกลับบ้าน มอบให้ตอนแขกกลับหลังเสร็จพิธี ทั้งสองอย่างจึงต้องเตรียมคู่กัน ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
เมื่อวางแผนวันฌาปนกิจ ให้เตรียมสามรายการนี้พร้อมกันคือดอกไม้จันทน์ตามจำนวนแขก ของชำร่วยหรือหนังสือที่จะแจก และดอกไม้ประดับเมรุที่ต้องติดตั้งเสร็จก่อนพิธีเริ่ม ความหมายและวิธีใช้ดอกไม้จันทน์อ่านได้ที่บทความดอกไม้จันทน์ ลำดับพิธีทั้งวันอ่านได้ที่บทความฌาปนกิจคืออะไร ส่วนแบบและช่วงราคาของงานประดับเมรุดูได้ที่หน้าดอกไม้เมรุ

ของชำร่วยเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ของงานไหม
โดยทั่วไปไม่ใช่ก้อนใหญ่ที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ามักเป็นค่าอาหารเครื่องดื่มที่คิดต่อคืน ค่าบำรุงศาลาและค่าใช้จ่ายของวัด และค่าดอกไม้หน้าหีบกับดอกไม้เมรุ แต่ของชำร่วยเป็นรายการที่บานปลายง่ายที่สุด เพราะเมื่อคูณด้วยจำนวนแขกแล้วราคาต่อชิ้นที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยจะกลายเป็นตัวเลขที่ต่างกันมาก
วิธีคุมงบที่ได้ผลคือกำหนดราคาต่อชิ้นที่รับได้ก่อน แล้วค่อยหาของในกรอบนั้น ไม่ใช่เลือกของก่อนแล้วค่อยคูณจำนวน อีกเรื่องที่ช่วยได้มากคือให้ญาติที่เสนอตัวช่วยออกค่าใช้จ่ายรับผิดชอบเป็นรายการไป เช่น รับค่าของชำร่วยทั้งหมด ซึ่งจัดการง่ายกว่าการรวมเงินเป็นก้อนแล้วมาแบ่งทีหลัง ภาพรวมของค่าใช้จ่ายทั้งงานและลำดับสิ่งที่เจ้าภาพต้องเตรียม อ่านต่อได้ที่บทความจัดงานศพต้องเตรียมอะไรบ้าง และหากต้องสั่งดอกไม้เพิ่มกลางคันในวันงาน เรามีรอบส่งด่วนถึงศาลาและเมรุทั่วกรุงเทพฯ ตามที่อธิบายไว้ในหน้าพวงหรีดส่งด่วน
สั่งพวงหรีดส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ
ดอกไม้สดคัดพิเศษ · ส่งถึงวัดตรงเวลา · มีรูปถ่ายก่อนส่ง
สั่งผ่าน LINEโทร 082-919-9481ของชำร่วยเป็นของที่แขกนำกลับบ้าน ส่วนของเลี้ยงในงานเป็นคนละรายการที่ต้องเตรียมทุกคืน ดูวิธีเลือกและจำนวนที่ควรสั่งได้ที่บทความอาหารเลี้ยงงานศพ
ต้องการสั่งพวงหรีดหรือดอกไม้ไว้อาลัยส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ ดูแบบและราคาจริงได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด หรือเลือกจากสินค้าทั้งหมดของ ร้านพวงหรีด expresswreath.store — คัดดอกไม้สด จัดอย่างประณีต ส่งถึงวัดตรงเวลา พร้อมรูปถ่ายก่อนส่งทุกงาน
คำถามที่พบบ่อย
เรียบเรียงโดยทีมงานจัดดอกไม้ expresswreath.store จากงานที่ทีมเข้าไปติดตั้งดอกไม้หน้าหีบและดอกไม้ประดับเมรุในศาลาวัดเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจากคำถามที่เจ้าภาพสอบถามเข้ามาระหว่างเตรียมงานวันฌาปนกิจ · ช่วงราคาที่ระบุเป็นกรอบกว้างจากราคาที่พบทั่วไปในท้องตลาดเดือนสิงหาคม 2569 ใช้ตั้งงบเบื้องต้นเท่านั้น ควรขอใบเสนอราคาจากผู้ผลิตอีกครั้งเพราะขึ้นกับจำนวนสั่งและงานพิมพ์ · ที่มาของธรรมเนียมหนังสืออนุสรณ์อ้างอิงจากสารานุกรมเสรีหัวข้อ Cremation volume · ตรวจสอบและอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569
บทความนี้มีประโยชน์ไหม แชร์ให้คนที่ต้องการได้เลย






