ในวันที่ครอบครัวเพิ่งสูญเสีย สิ่งที่ตามมาพร้อมกับความเศร้าคือค่าใช้จ่ายที่มาถึงเร็วมาก ทั้งค่าเคลื่อนย้ายร่าง ค่าหีบ ค่าศาลา ค่าอาหารเลี้ยงแขก และของถวายพระในแต่ละคืน คำถามที่หลายบ้านถามกันเงียบ ๆ หลังจัดงานคืนแรกผ่านไปคือ เงินค่าทำศพ ที่ได้ยินว่ารัฐช่วยนั้นมีจริงไหม ใครขอได้บ้าง ต้องใช้เอกสารอะไร และเงินจะเข้าทันค่าใช้จ่ายที่กำลังจ่ายอยู่หรือเปล่า หน้านี้รวบรวมสิทธิหลักที่ครอบครัวในกรุงเทพฯ ขอได้จริง พร้อมกรอบเวลายื่นของแต่ละสิทธิ ซึ่งเป็นจุดที่คนพลาดกันมากที่สุด
- เงินค่าทำศพคืออะไร ครอบครัวขอได้จากที่ไหนบ้าง
- ประกันสังคม ม.33 และ ม.39 เสียชีวิต ได้ค่าทำศพเท่าไหร่
- ประกันสังคม ม.40 ได้ค่าทำศพเท่าไหร่
- เงินสงเคราะห์กรณีตาย ต่างจากค่าทำศพอย่างไร
- ผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่ในประกันสังคม ขอเงินค่าจัดการศพได้ไหม
- ข้าราชการเสียชีวิต ทายาทได้เงินอะไรบ้าง
- ต้องใช้เอกสารอะไร ยื่นที่ไหน ภายในกี่วัน
- เงินเข้าเมื่อไหร่ ทันจ่ายค่างานศพหรือไม่
- วางแผนค่าใช้จ่ายงานศพระหว่างรอเงินเบิก
เงินค่าทำศพคืออะไร ครอบครัวขอได้จากที่ไหนบ้าง
เงินค่าทำศพคือเงินที่หน่วยงานเจ้าของสิทธิจ่ายให้ผู้ที่รับผิดชอบจัดการศพ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการจัดงาน โดยแหล่งหลักในประเทศไทยมีสามทาง ได้แก่ กองทุนประกันสังคมสำหรับผู้ที่เป็นผู้ประกันตน สวัสดิการของทางราชการสำหรับข้าราชการและผู้รับบำนาญ และเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณีสำหรับผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามประกาศของกระทรวง
สิ่งที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นคือเงินเหล่านี้ไม่ใช่สวัสดิการที่ทุกคนได้เท่ากัน แต่ผูกกับสถานะของผู้เสียชีวิตตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ คนที่ทำงานบริษัทและถูกหักเงินสมทบทุกเดือนจะอยู่ในระบบประกันสังคม คนที่รับราชการจะอยู่ในระบบสวัสดิการของทางราชการ ส่วนผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่ในสองระบบนี้จะไปเข้าเกณฑ์ของเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องฐานะประกอบด้วย
อีกจุดที่ทำให้หลายครอบครัวเข้าใจผิดคือคำว่า "ผู้จัดการศพ" กับ "ทายาท" ไม่ใช่คำเดียวกัน ผู้จัดการศพคือคนที่ลงมือจัดงานจริงและมีหลักฐานยืนยันจากศาสนสถานที่ใช้จัดงาน ส่วนทายาทคือผู้มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย เงินบางก้อนจ่ายให้ผู้จัดการศพ บางก้อนจ่ายให้ทายาทหรือผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ ครอบครัวจึงควรคุยกันให้ชัดตั้งแต่วันแรกว่าใครจะเป็นคนยื่นเรื่องในฐานะใด
ตารางด้านล่างสรุปสิทธิหลักที่ครอบครัวมักเข้าเกณฑ์ เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียดทีละข้อ
| สิทธิ | ใครมีสิทธิ | จำนวนโดยประมาณ | ยื่นที่ไหน |
|---|---|---|---|
| ค่าทำศพ ประกันสังคม ม.33 / ม.39 | ผู้จัดการศพของผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบเงื่อนไข | 50,000 บาท | สำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือจังหวัด |
| ค่าทำศพ ประกันสังคม ม.40 | ผู้จัดการศพของผู้ประกันตน ม.40 ที่ส่งเงินสมทบครบเงื่อนไข | 25,000 บาท (ทางเลือก 1–2) หรือ 50,000 บาท (ทางเลือก 3) | สำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือจังหวัด |
| เงินสงเคราะห์กรณีตาย | ผู้ที่ผู้ประกันตนระบุชื่อไว้ หรือบิดามารดา คู่สมรส และบุตร | คิดจากค่าจ้างและจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ | ยื่นพร้อมเรื่องค่าทำศพได้ |
| เงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี | ผู้รับผิดชอบจัดการศพของผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามประกาศกระทรวง | 3,000 บาท | สำนักงานเขต หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด |
| เงินช่วยพิเศษข้าราชการ | ทายาทของข้าราชการที่ถึงแก่ความตายในระหว่างรับราชการ | 3 เท่าของเงินเดือนเต็มเดือนที่ได้รับในเดือนที่ถึงแก่ความตาย | ส่วนราชการต้นสังกัด |
ตัวเลขในตารางเป็นอัตราที่หน่วยงานเผยแพร่ไว้ในช่วงที่เรียบเรียงหน้านี้ และปรับเปลี่ยนได้ตามกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีในแต่ละช่วง เมื่อจะยื่นจริงควรยืนยันกับสำนักงานที่รับเรื่องอีกครั้ง

ประกันสังคม ม.33 และ ม.39 เสียชีวิต ได้ค่าทำศพเท่าไหร่
ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่เสียชีวิตจากเหตุที่ไม่ใช่การทำงาน สำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าทำศพให้ผู้จัดการศพจำนวน 50,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย นอกจากค่าทำศพแล้วยังมีเงินสงเคราะห์กรณีตายอีกก้อนหนึ่งที่จ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์ต่างหาก
มาตรา 33 คือลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการและถูกหักเงินสมทบจากเงินเดือนทุกเดือน ส่วนมาตรา 39 คือผู้ที่เคยเป็นมาตรา 33 แล้วลาออกจากงาน แต่สมัครใจส่งเงินสมทบต่อเองเพื่อรักษาสิทธิไว้ ทั้งสองมาตรานี้ใช้เงื่อนไขค่าทำศพชุดเดียวกัน ต่างกันตรงฐานคำนวณเงินสงเคราะห์กรณีตายที่ผูกกับค่าจ้างซึ่งใช้คนละฐาน
เงื่อนไข 1 เดือนใน 6 เดือนก่อนตายเป็นจุดที่ครอบครัวมักตกใจภายหลัง เพราะคนที่ออกจากงานมานานเกินครึ่งปีและไม่ได้สมัครมาตรา 39 ต่อ จะไม่เข้าเงื่อนไขนี้แม้จะเคยส่งเงินสมทบมาหลายสิบปีก็ตาม ในทางกลับกัน คนที่เพิ่งลาออกไม่กี่เดือนมักยังอยู่ในช่วงที่มีสิทธิ วิธีที่แน่นอนที่สุดคือให้เจ้าหน้าที่ตรวจประวัติการส่งเงินสมทบให้ก่อน แทนการเดาจากความจำของญาติ
เงินอีกก้อนที่หลายคนไม่ทราบคือเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งเป็นเงินสะสมของผู้ประกันตนเองที่ยังไม่ได้เบิกออกไป เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต ส่วนนี้จะคืนให้ผู้มีสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด จึงควรถามเจ้าหน้าที่ให้ครบทั้งสามเรื่องในคราวเดียว คือค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินกรณีชราภาพ
ประกันสังคม ม.40 ได้ค่าทำศพเท่าไหร่
ผู้ประกันตนมาตรา 40 ซึ่งเป็นแรงงานอิสระ ได้รับค่าทำศพตามทางเลือกที่สมัครไว้ ทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 ได้ค่าทำศพ 25,000 บาท และได้เงินสงเคราะห์กรณีตายเพิ่มอีก 8,000 บาทหากส่งเงินสมทบมาแล้ว 60 เดือนก่อนเดือนที่ตาย ส่วนทางเลือกที่ 3 ได้ค่าทำศพ 50,000 บาท โดยทุกทางเลือกต้องส่งเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือนภายใน 12 เดือนก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย
กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมีเงื่อนไขที่ผ่อนกว่า คือส่งเงินสมทบเพียง 1 เดือนภายใน 6 เดือนก่อนเดือนที่ตายก็เข้าเกณฑ์ จุดนี้สำคัญกับครอบครัวของผู้ที่ทำอาชีพอิสระและส่งเงินสมทบไม่สม่ำเสมอ เพราะการขาดส่งบางเดือนอาจไม่ได้ทำให้เสียสิทธิทั้งหมดอย่างที่เข้าใจกัน
มาตรา 40 เป็นระบบที่คนขับรถรับจ้าง พ่อค้าแม่ค้า และผู้รับจ้างทั่วไปสมัครไว้เอง จำนวนเงินสมทบต่อเดือนต่างกันตามทางเลือก และสิทธิที่ได้ก็ต่างกันตาม ครอบครัวที่ไม่แน่ใจว่าผู้เสียชีวิตสมัครทางเลือกใดไว้ ให้แจ้งเลขบัตรประชาชนกับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ เพราะตัวเลขค่าทำศพที่ได้จะต่างกันถึงเท่าตัวระหว่างทางเลือกที่ 1 กับทางเลือกที่ 3

เงินสงเคราะห์กรณีตาย ต่างจากค่าทำศพอย่างไร
ค่าทำศพจ่ายให้ผู้จัดการศพเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ส่วนเงินสงเคราะห์กรณีตายจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ขาดผู้หารายได้ เงินสองก้อนนี้จึงอาจเข้าคนละบัญชี ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้เงินสงเคราะห์ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างคูณสี่ และหากส่งตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไปจะได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างคูณสิบสอง
ผู้รับเงินก้อนนี้คือบุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุชื่อไว้ล่วงหน้า หากไม่เคยทำหนังสือระบุไว้ สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย คือบิดามารดา สามีหรือภรรยา และบุตร โดยหารเฉลี่ยในอัตราคนละเท่า ๆ กัน จุดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมการทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิตจึงช่วยลดความยุ่งยากของครอบครัวได้มาก
ในทางปฏิบัติ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือญาติคิดว่าคนที่ออกเงินจัดงานจะได้เงินทั้งหมดโดยอัตโนมัติ แต่ความจริงคือได้เฉพาะส่วนค่าทำศพ ส่วนเงินสงเคราะห์ต้องไปตามชื่อที่ระบุไว้หรือตามลำดับที่กฎหมายกำหนด ครอบครัวที่คุยกันไม่ชัดตั้งแต่ต้นมักมีปัญหาตอนเงินเข้า ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนเหนื่อยจากงานอยู่แล้ว การตกลงกันตั้งแต่วันแรกว่าใครสำรองจ่ายอะไรไปเท่าไหร่จึงช่วยได้มาก
เงินที่แขกในงานช่วยผ่านซองก็เป็นอีกก้อนที่แยกจากสิทธิเหล่านี้โดยสิ้นเชิง เพราะเป็นน้ำใจส่วนบุคคลที่ไม่มีเงื่อนไขทางกฎหมาย รายละเอียดธรรมเนียมเรื่องซองอ่านได้ที่บทความซองงานศพ ใส่เท่าไหร่และเขียนอย่างไร
ผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่ในประกันสังคม ขอเงินค่าจัดการศพได้ไหม
ขอได้ผ่านเงินสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี ซึ่งจ่ายรายละ 3,000 บาทให้ผู้ที่รับผิดชอบจัดการศพ โดยผู้เสียชีวิตต้องเป็นผู้สูงอายุสัญชาติไทยที่มีคุณสมบัติตามประกาศของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งพิจารณาจากการเป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือได้รับการรับรองว่ามีฐานะยากจน และต้องยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกใบมรณบัตร
ผู้ที่ยื่นคำขอไม่จำเป็นต้องเป็นลูกหลานเสมอไป ประกาศระบุครอบคลุมถึงบิดามารดา คู่สมรส บุตร ญาติพี่น้อง รวมถึงมูลนิธิ สมาคม วัด มัสยิด และโบสถ์ที่รับผิดชอบจัดการศพให้ ซึ่งสะท้อนความจริงของผู้สูงอายุที่ไม่มีญาติใกล้ชิดและได้ชุมชนหรือศาสนสถานช่วยจัดงานให้ การรับรองผู้ยื่นทำโดยผู้อำนวยการเขตในกรุงเทพฯ หรือนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในต่างจังหวัด
ตัวเลขที่ต้องระวังคือข้อมูลที่แชร์กันว่ารัฐจ่ายค่าทำศพผู้สูงอายุ 30,000 บาท ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ชี้แจงแล้วว่าไม่เป็นความจริง จำนวนที่ถูกต้องคือ 3,000 บาท การเข้าใจตัวเลขผิดตั้งแต่ต้นทำให้ครอบครัวตั้งงบจัดงานสูงเกินกำลังโดยคิดว่าจะมีเงินก้อนใหญ่มาชดเชยภายหลัง ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่แก้ยากเมื่องานเริ่มไปแล้ว
อีกเรื่องที่ควรรู้คือเงินก้อนนี้เคยมีช่วงที่จ่ายล่าช้าจนต้องรออนุมัติงบเพิ่มเติมเพื่อจ่ายรายที่ค้างอยู่ ครอบครัวจึงไม่ควรวางแผนโดยคาดหวังว่าจะได้รับภายในไม่กี่สัปดาห์ ให้ถือเป็นเงินที่มาช่วยชดเชยภายหลังมากกว่าจะเป็นเงินทุนสำหรับจัดงาน

ข้าราชการเสียชีวิต ทายาทได้เงินอะไรบ้าง
ข้าราชการที่ถึงแก่ความตายในระหว่างรับราชการ ทายาทมีสิทธิได้รับเงินช่วยพิเศษเท่ากับสามเท่าของเงินเดือนเต็มเดือนที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับในเดือนที่ถึงแก่ความตาย ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญและเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน โดยผู้มีสิทธิต้องยื่นขอรับภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ข้าราชการผู้นั้นถึงแก่ความตาย
ผู้มีสิทธิรับเงินก้อนนี้ดูจากบุคคลที่ข้าราชการแสดงเจตนาระบุไว้เป็นหนังสือก่อน หากไม่ได้ระบุไว้จึงไปตามลำดับที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเริ่มจากคู่สมรส บุตร และบิดามารดา ส่วนกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นผู้รับบำนาญอยู่แล้ว ทายาทจะได้รับบำเหน็จตกทอดในอัตราสามสิบเท่าของบำนาญรวมเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่ได้รับอยู่
ในทางปฏิบัติ เรื่องของข้าราชการมักเดินผ่านฝ่ายบุคคลของส่วนราชการต้นสังกัด ซึ่งจะเป็นผู้แจ้งรายการเอกสารและแบบคำขอให้ครอบครัว ข้อดีคือมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูให้ทั้งชุด ข้อควรระวังคือหลายครอบครัวรอให้พ้นงานศพไปหลายเดือนแล้วค่อยติดต่อ ทำให้ต้องเร่งเก็บเอกสารทีเดียวหลายอย่างในช่วงใกล้ครบกำหนดหนึ่งปี
นอกจากสิทธิของทางราชการแล้ว หลายหน่วยงานยังมีกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ของตนเองที่สมาชิกจ่ายเงินสงเคราะห์ให้กันเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต กองทุนลักษณะนี้มีทั้งในหน่วยงานราชการ สหกรณ์ สมาคมวิชาชีพ และชุมชน เงื่อนไขและจำนวนเงินขึ้นกับระเบียบของแต่ละกองทุน จึงต้องตรวจสอบกับต้นสังกัดของกองทุนนั้นโดยตรง
ต้องใช้เอกสารอะไร ยื่นที่ไหน ภายในกี่วัน
เอกสารที่ใช้ร่วมกันแทบทุกสิทธิมีสามอย่าง คือสำเนาใบมรณบัตร หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้จัดการศพหรือผู้รับผิดชอบจัดการศพ และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้ยื่น ส่วนแบบคำขอและเอกสารเพิ่มเติมจะต่างกันไปตามหน่วยงาน กรอบเวลายื่นก็ต่างกันตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 2 ปี ซึ่งเป็นจุดที่ครอบครัวพลาดกันมากที่สุด
ใบมรณบัตรเป็นเอกสารตั้งต้นของทุกเรื่อง และได้มาจากการแจ้งตายที่สำนักทะเบียนในพื้นที่ที่เสียชีวิต ครอบครัวควรขอสำเนาไว้หลายชุดตั้งแต่แรก เพราะจะต้องใช้ทั้งกับหน่วยงานเจ้าของสิทธิ ธนาคาร บริษัทประกัน และเรื่องมรดกในภายหลัง รายละเอียดการแจ้งตายในชั่วโมงแรกอ่านได้ที่บทความรถรับส่งศพและการเคลื่อนย้ายศพ
หลักฐานการเป็นผู้จัดการศพเป็นเอกสารที่ออกโดยฌาปนสถานหรือศาสนสถานที่ใช้จัดงาน เช่น หนังสือรับรองจากวัดหรือมัสยิด ครอบครัวจึงควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของวัดตั้งแต่วันที่ติดต่อจองศาลาว่าต้องการหนังสือรับรองสำหรับใช้ตั้งเบิก จะได้ไม่ต้องกลับไปติดต่อใหม่หลังงานเลิกไปแล้ว ตารางด้านล่างสรุปกรอบเวลาและเอกสารของแต่ละสิทธิไว้ให้เทียบกัน
| สิทธิ | กรอบเวลายื่น | เอกสารหลักที่ต้องมี |
|---|---|---|
| ค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ ประกันสังคม | ภายใน 2 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิ | แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน · บัตรประชาชนผู้จัดการศพ · หลักฐานจากฌาปนสถานหรือมัสยิดที่แสดงว่าเป็นผู้จัดการศพ · สำเนาใบมรณบัตร · สำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์ |
| เงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุ | ภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกใบมรณบัตร | แบบคำขอพร้อมผู้รับรอง · สำเนาใบมรณบัตร · สำเนาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุ · สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่น · สำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์ |
| เงินช่วยพิเศษข้าราชการ | ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ถึงแก่ความตาย | แบบคำขอของส่วนราชการ · สำเนาใบมรณบัตร · เอกสารแสดงความเป็นทายาทหรือผู้รับพินัยกรรม |
ข้อควรระวังคือหน้านี้สรุปเฉพาะรายการหลักเพื่อให้เตรียมตัวได้ทัน สำนักงานที่รับเรื่องอาจขอเอกสารเพิ่มตามกรณี เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตรของบุตร หรือหนังสือแสดงเจตนาระบุผู้รับผลประโยชน์ ทางที่ดีคือโทรถามรายการเอกสารให้ครบก่อนเดินทางไปยื่นหนึ่งรอบ

เงินเข้าเมื่อไหร่ ทันจ่ายค่างานศพหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ทัน เพราะเงื่อนไขของทุกสิทธิต้องใช้ใบมรณบัตรและหลักฐานการเป็นผู้จัดการศพซึ่งได้มาหลังจากงานเริ่มไปแล้ว การพิจารณาและโอนเงินยังต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่ง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจริงของงานศพมาถึงตั้งแต่วันแรก ทั้งค่าเคลื่อนย้ายร่าง ค่าหีบ และค่าของที่ต้องใช้ในคืนสวดคืนแรก ครอบครัวจึงต้องสำรองจ่ายไปก่อนเสมอ
ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายบ้านเดือดร้อนคือการตั้งงบจัดงานโดยนับเงินที่ยังไม่ได้รับเข้าไปด้วย เช่น คิดว่าเดี๋ยวจะมีเงิน 50,000 บาทมาชดเชย จึงเลือกของที่แพงกว่ากำลังจริง แล้วพบภายหลังว่าเงื่อนไขไม่เข้าเกณฑ์ หรือเงินเข้าช้ากว่ากำหนดชำระของผู้ให้บริการ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือวางงบจากเงินที่มีอยู่จริงในมือ แล้วถือเงินสิทธิเป็นส่วนที่มาคืนภายหลัง
สิ่งที่ช่วยได้จริงในทางปฏิบัติคือการเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ครบตั้งแต่วันแรก ทั้งใบเสร็จค่าหีบ ค่าดอกไม้ ค่ารถ และค่าอาหาร นอกจากใช้ประกอบการยื่นในบางกรณีแล้ว ยังช่วยให้ครอบครัวเคลียร์กันได้ชัดว่าใครออกอะไรไปเท่าไหร่เมื่อเงินสิทธิเข้ามาแล้ว ซึ่งลดความขุ่นใจระหว่างพี่น้องได้มากกว่าที่คิด
สำหรับภาพรวมว่าค่าใช้จ่ายของงานหนึ่งงานประกอบด้วยอะไรบ้างและก้อนไหนมาถึงเร็วที่สุด อ่านได้ที่บทความจัดงานศพต้องเตรียมอะไรบ้าง ส่วนครอบครัวที่เลือกจัดงานที่บ้านแทนการใช้ศาลาวัด โครงสร้างค่าใช้จ่ายจะต่างออกไปอีกชุดหนึ่ง อ่านได้ที่บทความตั้งศพที่บ้าน
วางแผนค่าใช้จ่ายงานศพระหว่างรอเงินเบิก
หลักที่ใช้ได้จริงคือแยกค่าใช้จ่ายออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือของที่เลี่ยงไม่ได้และต้องจ่ายทันที เช่น ค่าเคลื่อนย้ายร่าง ค่าหีบ และค่าศาลา กลุ่มที่สองคือของที่ปรับขนาดได้ตามกำลัง เช่น ดอกไม้ประดับ ของเลี้ยงแขก และของชำร่วย การจัดลำดับแบบนี้ทำให้ครอบครัวยังจัดงานได้สมเกียรติโดยไม่ต้องกู้ยืมมาจ่ายล่วงหน้า
เรื่องดอกไม้ในงาน สิ่งที่ทีมงานเห็นบ่อยคือครอบครัวไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างเอง เพราะพวงหรีดส่วนใหญ่มาจากเพื่อน ญาติ และที่ทำงานของผู้วายชนม์อยู่แล้ว สิ่งที่เจ้าภาพต้องจัดจริงมักมีเพียงดอกไม้หน้าหีบและดอกไม้ประดับจุดหลักเท่านั้น การรู้จุดนี้ช่วยลดงบส่วนดอกไม้ลงได้มากโดยที่หน้างานยังดูเรียบร้อย ราคาของแต่ละแบบดูได้ที่หน้าพวงหรีดราคา
สำหรับคนที่ต้องการให้ของที่ส่งไปมีประโยชน์ต่อหลังงานเลิก พวงหรีดของใช้ที่ประกอบจากผ้าไตร ผ้าห่ม หรือของถวายวัดเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะเมื่องานจบแล้ววัดนำไปใช้ต่อได้จริง ต่างจากดอกไม้สดที่หมดสภาพภายในไม่กี่วัน ดูรายละเอียดได้ที่หน้าพวงหรีดของใช้ ส่วนงานที่ต้องส่งของด่วนภายในวันเดียวกัน ดูรอบส่งและพื้นที่ที่ทำได้ที่หน้าพวงหรีดส่งด่วน
ท้ายที่สุด เรื่องสิทธิและเอกสารเป็นการติดต่อระหว่างครอบครัวกับหน่วยงานเจ้าของสิทธิโดยตรง ร้านดอกไม้ไม่มีอำนาจดำเนินการแทนและไม่ควรรับปากว่าจะช่วยเดินเรื่องให้ สิ่งที่ร้านช่วยได้คือออกหลักฐานการสั่งซื้อและใบเสร็จให้ครบถ้วน เพื่อให้ครอบครัวมีเอกสารค่าใช้จ่ายที่เรียบร้อยไว้ใช้ต่อ หากต้องการทำความเข้าใจภาพรวมของระบบประกันสังคมซึ่งอยู่ในกำกับของกระทรวงแรงงาน อ่านข้อมูลพื้นฐานได้ที่ Ministry of Labour (Thailand)

สั่งพวงหรีดส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ
ดอกไม้สดคัดพิเศษ · ส่งถึงวัดตรงเวลา · มีรูปถ่ายก่อนส่ง
สั่งผ่าน LINEโทร 082-919-9481นอกจากใช้ขอเงินสงเคราะห์ค่าทำศพแล้ว ใบมรณบัตรยังใช้จัดการเรื่องมรดก บัญชีธนาคาร และประกันชีวิตได้อีกหลายด้าน อ่านสรุปการใช้งานทั้งหมดได้ที่บทความใบมรณบัตร ใช้ทำอะไรได้บ้าง
นอกจากสิทธิเรื่องเงิน ยังมีสิทธิเรื่องวันลาที่คนทำงานใช้ได้เมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิต ดูรายละเอียดได้ที่บทความลางานไปงานศพ ลาได้กี่วัน ใช้สิทธิลาอะไรได้บ้าง
ในขณะที่เงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพเป็นสิทธิที่ครอบครัวได้รับ กองมรดกของผู้เสียชีวิตอาจมีภาระหนี้สินอยู่ด้วย ทายาทต้องจ่ายมากแค่ไหน ดูรายละเอียดได้ที่บทความหนี้คนตาย ทายาทต้องจ่ายไหม
นอกจากสิทธิเงินสงเคราะห์จากภาครัฐ ผู้เสียชีวิตหลายรายยังมีกรมธรรม์ประกันชีวิตส่วนตัวที่ต้องแจ้งเคลมแยกต่างหาก ดูขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ได้ที่บทความเคลมประกันชีวิตยังไง เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต
ต้องการสั่งพวงหรีดหรือดอกไม้ไว้อาลัยส่งด่วนทั่วกรุงเทพฯ ดูแบบและราคาจริงได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด หรือเลือกจากสินค้าทั้งหมดของ ร้านพวงหรีด expresswreath.store — คัดดอกไม้สด จัดอย่างประณีต ส่งถึงวัดตรงเวลา พร้อมรูปถ่ายก่อนส่งทุกงาน
คำถามที่พบบ่อย
เรียบเรียงโดยทีมงาน expresswreath.store ซึ่งส่งพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยเข้าวัดในกรุงเทพฯ ทุกวัน และพบคำถามเรื่องงบจัดงานกับสิทธิเบิกซ้ำจนต้องรวบรวมไว้เป็นหน้าเดียว · ข้อมูลสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตของผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ทั้งเงื่อนไขการส่งเงินสมทบ อัตราค่าทำศพ อัตราเงินสงเคราะห์กรณีตาย รายการเอกสาร และกรอบเวลายื่น 2 ปี สรุปจากเอกสารเผยแพร่ของสื่อสาธารณะที่เรียบเรียงจากประกาศของสำนักงานประกันสังคม · ข้อมูลเงินสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี 3,000 บาท คุณสมบัติผู้มีสิทธิ ผู้รับรอง และกรอบเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่ออกใบมรณบัตร สรุปจากเอกสารเผยแพร่ของหน่วยงานภาครัฐและประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ · ประเด็นตัวเลข 30,000 บาทที่แชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างอิงคำชี้แจงของหน่วยงานรัฐที่ยืนยันว่าอัตราที่ถูกต้องคือ 3,000 บาท · ข้อมูลเงินช่วยพิเศษ 3 เท่าของเงินเดือนและบำเหน็จตกทอดของข้าราชการ สรุปจากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญและเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 ตามที่ส่วนราชการเผยแพร่ · หน้านี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงิน และไม่ใช่ประกาศของหน่วยงานใด อัตราและเงื่อนไขปรับเปลี่ยนได้ ควรยืนยันกับสำนักงานที่รับเรื่องก่อนยื่นเสมอ · ร้านไม่รับดำเนินการเรื่องเอกสารแทนลูกค้า · ตรวจสอบและอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569
บทความนี้มีประโยชน์ไหม แชร์ให้คนที่ต้องการได้เลย







